เมื่อหลี่เต๋อหมินกับหลี่เย่าเฉิงจากไป ผู้ใหญ่บ้านก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง
“อารองหลี่ เคยไปรบกับทหารญี่ปุ่นแท้ ๆ ทำไมไม่บอกคนในหมู่บ้านล่ะ! ก่อนหน้านี้ทางการตามหาวีรบุรุษสงครามต่อต้านญี่ปุ่น ให้แต่ละหมู่บ้านทำการสำรวจ พอถามถึงบ้านเรา อากงก็ยังไม่พูด”
เลขาหมู่บ้านถอนหายใจ มองอากงอย่างจนใจ “ถ้ามีหนังสือรับรองจากทางการ แล้วมอบป้ายเกียรติยศให้บ้านคุณ ใครจะกล้ารังแกคุณอีกล่ะ?”
“ทำไมถึงไม่ยอมบอกกันนะ!”
พ่อของหลี่ฉางชิงก็ถามด้วย “พ่อ เรื่องพวกนี้ทำไมพ่อไม่เคยเล่าเลย?”
อากงมองหยดฝนที่ร่วงลงมาจากขอบกระเบื้องของลานกลางเรือน ดวงตาแดงก่ำเล็กน้อย “เรื่องเก่าแก่ตั้งนานแล้ว จะพูดไปทำไม เหนื่อยแล้ว นอนเถอะ”
อากงลุกขึ้น เอามือไพล่หลัง แล้วค่อย ๆ เดินไปทางห้อง
เลขาหมู่บ้านกับผู้ใหญ่บ้านสบตากัน ต่างก็ถอนหายใจพร้อมกัน
“เอาละ ทุกคนแยกย้ายกันเถอะ ฝนตกหนักขนาดนี้ กลับบ้านไปโดนฝนจนเปียกก็ต้มน้ำอาบกันสักหน่อย” เลขาหมู่บ้านโบกมือไล่ชาวบ้านที่มามุงดู
หลี่ฉางชิงโบกมือ “ไม่เป็นไรครับ หลบฝนกันก่อน รอฝนซาลงค่อยกลับ ตากฝนหน้าร้อนก็เป็นหวัดได้เหมือนกัน”
“ดึกแล้ว ถ้าทุกคนหลบฝนอยู่บ้านนายก็รบกวนเวลาพักผ่อนกันเปล่า ๆ บ้านก็อยู่ในหมู่บ้านนี่เอง เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว” ผู้ใหญ่บ้านเองก็ไม่คิดจะอยู่ต่อ
พูดจบเขาก็เดินนำลงบันไดจากห้องโถงใหญ่ พอเดินผ่านลานกลางเรือนก็เห็นว่ามีบางอย่างขยับอยู่ข้างใน
