สองตัว!
หลี่ฉางชิงยิ้มจนแก้มแทบปริ!
ตอนนี้เป็นช่วงฤดูงานยุ่งในไร่นา ทุกคนกำลังง่วนอยู่กับพืชผลในนา แทบไม่มีใครขึ้นเขาไปล่าสัตว์ ทำให้นกเขาชุกชุมจนเกือบล้นป่า
แน่นอนว่าเมื่อเทียบกับนกเขาแล้ว ผู้คนชอบกระต่ายกับไก่ฟ้ามากกว่า
หลัก ๆ ก็เพราะนกเขามีเนื้อน้อย ตัวหนึ่งหนักไม่ถึงครึ่งชั่งด้วยซ้ำ
ไม่มีใครจับ พวกมันถึงได้เพิ่มจำนวนเร็วขนาดนี้
แต่หลี่ฉางชิงที่กำลังขัดสนเงินทองไม่เกี่ยงอยู่แล้ว นกเขาตัวหนึ่งขายได้ตั้งสองสามหยวน จับให้ได้มากหน่อย รายได้ต่อวันก็ไม่น้อยเลย!
เขาเก็บนกเขาตัวนี้ แล้วเหน็บบ่วงที่ติดอยู่กับตัวมันไว้ตรงขอบกางเกง ปล่อยให้มันดิ้นกระพือปีกอยู่กับตัวเขา
เดิมทีหลี่ฉางชิงไม่อยากกลับ เขากะจะตรวจดูบ่วงดักทั้งหมดก่อน แต่การแบกนกเขาสองตัวติดตัวไปด้วยช่างเกะกะ เดินไม่สะดวก แถมยังไม่ได้เอาภาชนะมาด้วย
ถ้าจับได้เยอะจริง ๆ เขาก็คงหอบกลับไม่ไหว คิดไปคิดมา กลับบ้านก่อนดีกว่า พอแยกบ้านเสร็จค่อยแบกกระบุงเข้ามาดูใหม่
เขาเดินทะลุป่าออกมาอีกครั้ง พอพ้นแนวไม้ เสื้อผ้าก็เปียกชุ่มแทบทั้งตัว ไม่รู้ว่าเป็นน้ำค้างหรือเหงื่อกันแน่
แผลที่พ่อใช้ไม้ไผ่ฟาดบนตัวหลี่ฉางชิงยังแสบปวดร้อน ไม่รู้ต้องกี่วันถึงจะหาย
เขาทำได้แค่ส่งเสียงสูดปากเป็นพัก ๆ พลางเดินกลับบ้าน
ไม่คิดเลยว่าพอถึงหน้าบ้าน จะเห็นลานคอนกรีตหน้าประตูตากข้าวเปลือกอยู่แล้ว
ใต้ชายคาที่แดดส่องไม่ถึง มีคนนั่งอยู่หลายคน
ทั้งพ่อของเขา ปู่ และเลขาพรรคประจำหมู่บ้านก็อยู่ด้วย แม้แต่เจ้าลิงกับหัวไช่ก็มา เพียงแต่สองคนนั้นไม่ได้นั่งบนม้านั่ง แต่นั่งอยู่บนธรณีประตู
