บทที่ 44 เรือนไผ่กับรสโอชา (ตอนต้น)
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่เจ้าลิงกับหัวไช่ก็ไม่ได้ใส่ใจ พวกเขาโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก จะไม่รู้ได้ยังไงว่าใครเป็นยังไงบ้าง?
ไม่ต้องพูดถึงทำกับข้าวเลย ตั้งแต่เล็กจนโต หลี่ฉางชิงไม่เคยแม้แต่ล้างชามกับตะเกียบ งานในครัวอย่างไหนบ้างที่น้องสาวหรือแม่ของเขาไม่ได้ทำ?
เอาเป็นว่าทำออกมาแล้วกินได้ก็พอ เหมือนตอนเด็ก ๆ ที่แอบหยิบเกลือจากบ้าน แล้วไปขโมยผักตามแปลงของบ้านอื่น จากนั้นก็ไปขุดหลุมในป่าไผ่ ตัดปล้องไผ่มาทำหม้อ เก็บเปลือกกับใบไผ่มาเป็นฟืน แล้วก่อไฟต้มน้ำแกงกินกัน
ตอนนั้นทำกับข้าวไม่เป็นเหมือนกัน แต่กินแบบนี้ก็มีความสุขแล้ว
วิธีทำอาหารแบบขุดหลุมตั้งหม้ออย่างนี้ เด็ก ๆ แถวนี้ทำกันเป็นประจำ
วัตถุดิบที่ใช้ต้มมีได้สารพัด ไม่ว่าจะเป็นผักใบเขียว ข้าวโพด ถั่วปากอ้า หรือผักตามฤดูกาลอื่น ๆ
แต่เจียงฉู่เหยาไม่ได้คิดแบบนั้น เธอก้มหน้าแกะใบต้นหอมอย่างระมัดระวัง พลางเหลือบมองหลี่ฉางชิงเป็นระยะ แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวังเล็ก ๆ
ไม่ว่าจะอร่อยหรือไม่ เธอก็ตั้งตารอ เพราะคนทำคือหลี่ฉางชิง!
หลี่ฉางชิงเองก็มั่นใจมาก ชาติก่อนเขาทำกับข้าวกินเองมาตั้งครึ่งชีวิต ไม่ได้พูดโม้สักหน่อย!
เขาสับขิงดองกับพริกดองที่เอามาด้วยดังตึก ๆ ไม่กี่ทีจนละเอียด
จากนั้นก็ยกกะละมังที่ใส่ปลาหมอขึ้นมา โรยเกลือลงไปเล็กน้อย แล้วใช้มือคลุกให้ทั่ว เพื่อขจัดเมือกออก
พอจะใช้น้ำล้าง หลี่ฉางชิงก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเหมือนจะไม่มีน้ำ
เจียงฉู่เหยาที่คอยมองอยู่เห็นเขาหันซ้ายหันขวา จึงถามว่า “หาอะไรอยู่เหรอ?”
