ทั้งสามคนมาถึงปากทางเข้าเขาเหลยจี๋อย่างรวดเร็ว ที่นี่มีพื้นที่ว่างผืนใหญ่ราวสองหมู่กว่า ๆ
ถึงจะเรียกว่าพื้นที่ว่าง แต่จริง ๆ แล้วมีหญ้าขึ้นรกเต็มไปหมด แถมยังมีต้นสนเก่าแก่อยู่ต้นหนึ่ง
พื้นดินก็ไม่ได้ราบเรียบ เพราะอยู่ใกล้เชิงเขา พื้นจึงลาดเอียงเล็กน้อย
แม่น้ำที่ไหลอยู่ใต้ขั้นบันไดนาอีกฝั่งของหมู่บ้าน มีต้นน้ำไหลผ่านบริเวณใกล้ ๆ ตรงนี้ด้วย
หลี่ฉางชิงเดินไปหยุดหน้าพื้นที่ว่าง แล้วชี้ไปที่พื้นดิน “เดี๋ยวพอเสร็จธุระแล้ว เรามาสร้างเพิงตรงนี้กันดีไหม? มีทั้งภูเขาและสายน้ำ แบบนี้ถือเป็นทำเลมงคลเลยนะ!”
พูดจบ เขาก็มองไปทางแม่น้ำสายนั้น
ถึงแม่น้ำจะอยู่ห่างจากพื้นที่ว่างราวสองสามร้อยเมตร ไม่ได้ไหลผ่านตรง ๆ แต่มีช่วงโค้งเล็ก ๆ เลี้ยวผ่านแถวนี้ อย่างน้อยก็นับว่าอยู่ใกล้น้ำ
“เหอะ ถ้าทำเลตรงนี้ดีจริง บ้านคงสร้างกันไปนานแล้ว จะเหลือมาถึงนายเหรอ?” เจ้าลิงกลอกตา แต่ก็ยังพูดต่อว่า “ตรงนี้ไม่ได้ติดป่าไผ่ นอกจากต้นสนต้นนั้นก็ไม่มีต้นไม้สูง ๆ มาบัง อยู่แล้วน่าจะโปร่งสบาย ความชื้นไม่เยอะ ก็พอไหว”
“โธ่เอ๊ย! เลิกบ่นสักที ร้อนจะตายอยู่แล้ว!” หัวไช่ค่อนข้างอ้วน แค่ยืนอยู่เฉย ๆ กลางแดดก็เหงื่อท่วมตัวแล้ว
หลี่ฉางชิงเห็นหัวไช่เหงื่อเต็มหัวก็ส่ายหน้า “นายต้องลดน้ำหนักจริง ๆ แล้ว! ไป ๆ เข้าป่ากันก่อน”
พูดจบ เขาก็นำทางผ่านปากเขาเข้าไปในเขาเหลยจี๋ โดยมีเจ้าลิงตามติดไป
หัวไช่หรี่ตาสู้แดด เช็ดเหงื่อที่หน้าผาก “จะลดทำไม นี่แหละวาสนาดี! อะไรจะทิ้งก็ทิ้งได้ แต่วาสนาดีทิ้งไม่ได้!” พูดจบก็เดินตามไปด้วย
