โรงงานสินค้าเวยหลง
ภายในห้องทำงานประธาน
“เจ้านาย เรื่องทั้งหมดก็เป็นอย่างนี้แหละครับ...”
ตอนนี้ ผู้จัดการหวังกลับมาถึงโรงงานแล้ว กำลังเล่ารายละเอียดทุกอย่างให้ซูหมิงฟัง
ส่วนซูหมิงก็ไม่ได้ว่าง เข้าเน็ตหาข้อมูลดู ก็เห็นชื่อโรงงานของตัวเองอยู่บนรายการคว่ำบาตรที่อินทรีประกาศออกมาจริง ๆ
“ถ้าอย่างนั้น... เราก็โดนคว่ำบาตรจริง ๆ น่ะสิ”
“มิน่า ลูกค้าฝั่งอินทรีถึงโทรมาขอเงินคืน”
พอได้ยินคำว่าเงินคืน ผู้จัดการหวังก็เลิกคิ้วทันที
“เจ้านาย! คืนเงินไม่ได้นะครับ ถ้าเราคืนไป ขาดทุนยับแน่!”
“คืนบ้าอะไร!” ซูหมิงเองก็หัวเสียพอ ๆ กัน
“ไม่ใช่ผมไม่ยอมส่งของนะ แต่มันเป็นเพราะพวกอินทรีมันคว่ำบาตรเรา ถึงส่งของให้ไม่ได้ต่างหาก”
“จะให้ผมคืนเงินเนี่ย ฝันไปเถอะ!”
“แล้วก็ ทุนตั้งหนึ่งพันล้าน เก็บค่ามัดจำมาได้เก้าร้อยหกสิบล้าน ผมยังขาดทุนอีกสี่สิบล้านเลยนะ!”
ออเดอร์ต่างประเทศครั้งแรก นึกว่าจะได้กำไรพันสี่ร้อยล้าน ที่ไหนได้... กระแสเงินสดยังหายไปอีกสี่สิบล้านซะนี่
“เดี๋ยวนายโทรไปบอกลูกค้าฝั่งอินทรีนั่นนะ ให้เลือกเอาว่าจะยกเลิกคว่ำบาตรแล้วผมส่งของให้ หรือจะปล่อยให้ของก็ไม่ได้ เงินก็หายไปแล้วแต่ใจพวกมันเลย ยังไงผมก็ไม่มีทางคืนเงิน!”
คิดจะขอเงินคืน ฝันกลางวันอยู่ได้!
ท่าทีของซูหมิงชัดเจน และหนักแน่นมาก
พอเห็นเจ้านายโกรธ ผู้จัดการหวังเองก็รู้สึกผิดไม่น้อย
“เจ้านาย! มันเป็นความผิดผม ขอโทษนะครับ!”
“ผมเองที่แนะนำให้คุณยอมรับแค่มัดจำ 40% ไม่คิดเลยว่า... จะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น...”
“เดิมที บริษัทเราควรได้กำไรตั้งพันสี่ร้อยล้าน ตอนนี้ไม่ได้แค่กำไร เงินในบัญชียังหายไปอีกสี่สิบล้าน...”
“ผมเองก็อยากให้ดีลนี้สำเร็จแท้ ๆ จะได้ค่าคอมมิชชั่นจากกำไร 5% น่ะครับ!”
ผู้จัดการหวังไม่ใช่พนักงานเก่าแก่ของโรงงานสินค้าเวยหลง แต่เป็นผู้จัดการฝ่ายขายของโรงงานลวดสลิงเก่าที่ถูกซูหมิงซื้อกิจการมา
เพราะเชี่ยวชาญเรื่องธุรกิจ เป็นคนขยันและทำงานเก่ง เลยถูกซูหมิงมอบหมายให้ดูแลโรงงานเคเบิลเวยหลง
ผู้จัดการหวังเองก็กระหายที่จะสร้างผลงาน รีบพิสูจน์ตัวเองให้ซูหมิงเห็น
เรื่องนี้ซูหมิงเข้าใจดี และไม่ได้คิดจะตำหนิอะไร
