ฝูงชนกับฝูงสัตว์ปะทะกันอย่างดุเดือด
ฝูงสัตว์ไม่มีความปรานีแม้แต่น้อย ทุกกระบวนท่าล้วนหมายเอาชีวิต
หมีดำตัวหนึ่งยืนสองขา ก่อนตวัดฝ่ามือฟาดผู้ตื่นรู้กระเด็นไปสองสามคน
หมาป่ายักษ์อ้าปากงับ เขี้ยวคมของมันไม่สนกฎเกณฑ์ใดทั้งสิ้น
ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองปลอดภัยเหล่านี้ เพิ่งปลุกพลังขึ้นมาและได้ใจเพราะมีพลังเหนือคนอื่น ทว่าพอปะทะกันเพียงครั้งแรกก็ถูกซัดจนตั้งตัวไม่ทัน
กรงเล็บและเขี้ยวของสัตว์ดุร้ายฉีกปราณคุ้มกายที่พวกเขาคิดว่าแข็งแกร่งได้อย่างง่ายดาย
ท่ามกลางเสียงกรีดร้อง ศพเกลื่อนพื้น
เมื่อเผชิญหน้ากับความตาย ฝูงชนที่ก่อนหน้านี้ยังต่อสู้กันเองก็จำต้องสามัคคีกัน
ต่างหยุดมือแล้วร่วมกันต้านศัตรูภายนอก
ทั่วทั้งหุบเขาอลหม่านไปหมด
ในจังหวะที่ฝูงชนปะทะกับฝูงสัตว์ ความรู้สึกไม่สบายใจเลือนรางในใจโจวเหยี่ยนก็หายไป
ได้เวลาแล้ว
……
ท่ามกลางฝูงชน
เจี่ยวกำลังสนุกสุดเหวี่ยง
มันจงใจเล่นงานสมาชิกสมาคมหมื่นสัตว์ที่มีหัวเป็นสัตว์แต่ร่างเป็นคนอย่างหนัก
มันเกลียดพวกที่ไม่รู้ว่าเป็นสัตว์หรือคนพวกนี้เข้าไส้
ซ้ายทีหนึ่ง ขวาทีหนึ่ง
มนุษย์หัวสุนัขคนหนึ่งถูกมันถีบล้มลงกับพื้น
เจี่ยวยกกีบขึ้น กำลังจะเข้าไปซ้ำอีกสองที
แต่กลับถูกใครบางคนคว้าตัวไว้
เจี่ยวใจหายวาบ กำลังจะสวนกลับก็เห็นหน้ากากลิงของผู้มาเยือนเสียก่อน จึงรู้ว่าเป็นโจวเหยี่ยน
“ถึงเวลาแล้ว ไปกันเถอะ” โจวเหยี่ยนเอ่ย
เจี่ยวจึงยอมชักกีบกลับอย่างไม่เต็มใจ แล้วถุยน้ำลายใส่มนุษย์หัวสุนัขคนนั้น
“ถือว่าแกโชคดี”
……
บริเวณรอบนอกของฝูงชน
หวังไห่กำลังต่อสู้กับหมาป่าป่าตัวหนึ่ง
เขาใช้หมัดเบิกไพรได้เข้าท่า ทุกหมัดแหวกอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว
โจวเหยี่ยนรีบเดินเข้าไปกำชับ
“ออกจากหุบเขาไปก่อน แล้วไปรอรับพวกเราที่จุดนัดพบ”
หวังไห่ทำตามอย่างว่าง่าย เขาชกหมัดหนึ่งบีบให้หมาป่าถอย ก่อนถอยออกจากการต่อสู้
เมื่อไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังแล้ว
