ออกจากหุบเขา
โจวเหยี่ยนตรวจดูทิศทาง ก่อนมุ่งหน้าไล่ตามหวังไห่ไป
ก่อนฟ้ามืด เขาก็ตามทันหวังไห่ที่กำลังนั่งยอง ๆ ริมลำธาร ใช้มือวักน้ำพุจากภูเขาดื่มพลางแทะเสบียงแห้ง
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า หวังไห่ก็สะดุ้งโหยง กระโดดลุกขึ้นตั้งท่าเตรียมพร้อม
“พี่เหยี่ยน?”
โจวเหยี่ยนถอดเสื้อคลุมโยนคืนให้ “ฉันเอง”
“ในที่สุดก็มาเสียที” หวังไห่ถอนหายใจยาว พลางตบอกตัวเอง
“ระหว่างทางเจออันตรายอะไรบ้างไหม?”
หวังไห่ตบอกดังปัง ๆ “ไม่มีครับ”
โจวเหยี่ยนพยักหน้า ก่อนนั่งยอง ๆ ริมลำธารแล้วดื่มน้ำไปอึกหนึ่ง
สายตาของหวังไห่จับจ้องกระเป๋าเป้ตุง ๆ บนหลังเขา
“พี่เหยี่ยน ในกระเป๋านั่นใส่อะไรไว้ครับ ดูหนักเอาเรื่อง”
“ดิน”
“...ดิน?”
“อืม กลับไปค่อยว่ากัน”
โจวเหยี่ยนลุกขึ้นยืน ขยับคลายเส้นสาย “ไปกันเถอะ รีบเดินทางต่อ”
ทั้งสองวิ่งสุดฝีเท้ามาตลอดทาง ในที่สุดก็กลับถึงบ้านก่อนรุ่งสาง สภาพมอมแมมไปด้วยฝุ่น
ภายในลานบ้านเงียบสงัด ร่างสีขาวราวหิมะกำลังนั่งเอกเขนกอยู่ในห้องรับแขก กอดโทรศัพท์มือถือไว้พลางหัวเราะเอ๋อ ๆ
พอได้ยินเสียงฝีเท้า กวางขาวก็หันกลับมา ชะงักไปครู่หนึ่ง
“อ้าว?” มันกะพริบตา “พวกเจ้าสองคนมาอยู่ด้วยกันได้ยังไง?”
ยังไม่ทันรอคำตอบ มันก็สะบัดขนแล้วบ่นว่า “ท่านกวางรอพวกเจ้ามาตั้งครึ่งค่อนวัน ทำไมเพิ่งกลับมา?”
โจวเหยี่ยนหัวเราะเยาะ “พี่ไห่ไม่ได้มีฝีมือสูงส่งเหมือนเจ้านี่ ระหว่างทางเหนื่อยแทบตาย สุดท้ายฉันยังตามทันอยู่ดี”
