กระแสอบอุ่นภายในร่างของโจวเหยี่ยนไหลเวียนวนไปมาอย่างช้า ๆ
ส่วนหนึ่งไหลไปหล่อเลี้ยงดวงตาทั้งสอง บรรเทาความแห้งผากและเจ็บปวดบริเวณเบ้าตา
อีกส่วนหนึ่งไหลเวียนไปทั่วร่าง ค่อย ๆ ซ่อมแซมอาการบาดเจ็บภายในที่ได้รับจากการปะทะกับราชันผี
กระแสพลังหมุนเวียนเช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมา ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่รอบ
ในที่สุดอาการบาดเจ็บภายในก็เริ่มคงที่
โจวเหยี่ยนลืมตาขึ้น
ดาบยาวถูกคนเก็บไปแล้ว เบื้องหน้ามีเพียงซุนหล่างคนเดียว
“คนอื่น ๆ ล่ะ?”
“ฉันให้พวกเขาออกไปข้างนอกแล้ว” น้ำเสียงของซุนหล่างฟังดูอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด “ข้างนอกยังมีผู้ปกครองของนักเรียนอีกกลุ่มที่ยังมาไม่ถึง ตอนนี้เด็ก ๆ ไปรวมตัวกันรออยู่ที่ลานโล่ง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะทยอยพาพวกเขากลับบ้านทีละคน แถวนั้นอาจยังมีอันตรายอยู่ ฉันเลยให้พวกเขาไปคอยคุ้มกันนักเรียน”
โจวเหยี่ยนพยักหน้าแล้วลุกขึ้น ทั้งสองเดินคุยกันมุ่งหน้าออกจากโรงเรียน
“แล้วแถวนี้ ต่อไปจะจัดการยังไง?”
“คงต้องกวาดล้างให้หมด” ซุนหล่างกล่าว “จับผีที่ยังหลงเหลืออยู่ในป่าออกมาทีละตัว แล้วฆ่าให้หมด ป้องกันไม่ให้พวกมันหนีไปก่อเรื่อง สุดท้ายก็จุดไฟเผาป่าทั้งผืนให้เกลี้ยง จะได้กำจัดภัยร้ายให้สิ้นซาก”
โจวเหยี่ยนพยักหน้า
ผีเหล่านี้ล้วนเกิดจากความแค้น ตราบใดที่ความแค้นยังไม่สลาย ก็ฆ่าเท่าไรก็ไม่หมด การเผาทิ้งเป็นวิธีที่สะอาดที่สุดแล้ว
เดินไปได้สักพัก ซุนหล่างก็ชะลอฝีเท้าลงทันที
“น้องโจว มีเรื่องหนึ่งที่ฉันอยากบอกนายไว้”
“ว่ามาสิ”
“เสินโจวน่าจะจัดตั้งหน่วยฉุกเฉินขึ้นมารับมือกับเหตุการณ์แบบนี้โดยเฉพาะ” ซุนหล่างกล่าว “คงจะเรียกยอดฝีมือจากภาคประชาชนอย่างนายไปร่วมงานจำนวนมาก”
