ใครจะคิดว่าลูกกวางตัวนั้นพอได้ยินคำพูดนี้ก็ขนพองขึ้นมาทันที ไม่คิดเลยว่ามนุษย์ตรงหน้าจะไร้ยางอายได้ถึงเพียงนี้
มันก้มหน้าลงอย่างขุ่นเคือง ใช้กีบหน้าขุดพื้นสองสามครั้ง เผยให้เห็นเขานุ่มสองข้างบนหัวที่มีอักขระประหลาดสลักอยู่
จากนั้นก็พุ่งเข้าใส่หวังไห่
“เฮ้ย ๆ ๆ ยังจะเอาอีกเรอะ!”
ก่อนหน้านี้หวังไห่เพิ่งโดนอัดมา แต่กลับไม่จำ ยังไม่ยอมแพ้ คิดว่าตัวเองยังไม่ได้ออกแรงเต็มที่
ทั้งคนทั้งกวางจึงกลับมาตะลุมบอนกันอีกครั้ง
10 นาทีต่อมา
ริมถนนมีฉากชายร่างกำยำวิ่งวนรอบต้นไม้ให้ชม
“ท่านกวาง! ท่านกวาง! ผมผิดไปแล้ว!”
หวังไห่วิ่งไปพลางตะโกนไปพลาง เหงื่อท่วมศีรษะ
“ผมผิดไปแล้ว ยังไม่พออีกหรือ! อย่าไล่แล้ว อย่าไล่เลย!”
ลูกกวางวิ่งไล่เขาอย่างสนุกสนาน กีบทั้งสี่ราวกับติดลม
โจวเหยี่ยนเห็นหวังไห่ได้รับบทเรียนแล้ว จึงค่อยเอ่ยปาก
“พวกสัตว์ดุร้ายบนภูเขาอย่างพวกเจ้า ต่างพยายามหาทางออกมาข้างนอกกันทั้งนั้น”
“คิดจะอาศัยกระแสการฟื้นคืนของพลังวิญญาณครั้งนี้ ก้าวขึ้นเป็นเซียนสินะ”
ขนทั่วตัวลูกกวางชี้ชันขึ้นมาทันที มันหยุดนิ่งอยู่กับที่ ดวงตาจับจ้องโจวเหยี่ยนไม่วาง
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของมัน โจวเหยี่ยนก็พอจะคาดเดาได้แล้ว
คำพูดเมื่อครู่เป็นเพียงข้อสันนิษฐานอย่างกล้าหาญของเขา จากเนื้อหาที่ถอดความได้ในแผ่นไม้ไผ่
เมื่อ 3,000 ปีก่อน ตอนเกิดปรากฏการณ์ประหลาดนั้น เป็นช่วงที่สำนักปราชญ์ร้อยสำนักประชันความคิดกัน
