หลิวกวงเหรินมองเธอ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขารู้ดีว่าไม่อาจเอาคำพูดแย่ ๆ เหล่านั้นไปบอกเธอตรง ๆ ได้ มีแต่จะทำให้เธอทุกข์ใจเปล่า ๆ
“ผู้อำนวยการหวังเขา… เขาชมแผนงาน บอกว่าเขียนได้ดีมากและมีความคิดสร้างสรรค์” หลิวกวงเหรินพยายามทำเสียงให้ฟังดูสงบนิ่ง ทว่าแววตากลับเผยความผิดปกติออกมาเล็กน้อย
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อว่า “แต่เขาคิดว่า… สถานการณ์ของแผนกอายุรกรรมค่อนข้างพิเศษ ต้องพิจารณากันในระยะยาว”
รอยยิ้มของเจียงซูหรงไม่เปลี่ยนไป เธอเพียงหลุบตาลง ใช้นิ้วลูบไล้หน้ากระดาษเบา ๆ ไม่ได้ซักถามต่อ และไม่ได้แสดงท่าทีประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย
“ฉันเข้าใจแล้ว” เธอพูดเสียงเบา ราวกับคาดเดาผลลัพธ์นี้เอาไว้แล้ว
หลิวกวงเหรินรู้สึกใจหาย ความสงบนิ่งของเจียงซูหรงกลับทำให้เขายิ่งไม่สบายใจ เขาอยากทำอะไรให้เธอมากกว่านี้ อยากให้เธอรู้ว่าเธอไม่ได้ต่อสู้อยู่เพียงลำพัง
“คุณที่ปรึกษาเจียง” เขาก้าวเข้าไปหาอีกสองสามก้าว น้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง “ผมคิดว่าเราไม่ควรปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปเฉย ๆ แผนงานพวกนี้ช่วยแก้ปัญหาได้จริง เราควรจะ…”
เจียงซูหรงเงยหน้ามองเขา แววตาฉายแววรู้เท่าทัน
“เราควรจะ…” หลิวกวงเหรินรู้สึกว่าแก้มเริ่มร้อนขึ้นมา จู่ ๆ ก็ไม่รู้ว่าจะพูดต่ออย่างไรดี
เขาอยากพูดว่า พวกเราควรไปเรียกร้อง ไปต่อสู้ ไปพิสูจน์ว่าข่าวลือเหล่านั้นไม่เป็นความจริง แต่เขารู้ดีว่าคำพูดเหล่านี้ เมื่อพูดต่อหน้าเจียงซูหรงแล้ว กลับฟังดูไร้น้ำหนักและช่วยอะไรไม่ได้เลย
