พอกลับถึงส่วนรับรอง เจียงซูหรงก็ถอดรองเท้าเตะทิ้ง แล้วทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่ม ๆ
“เตียงแบบนี้นอนสบายจริง ๆ” เธอกางแขนขาออก “ที่รัก ต่อไปเราหาเตียงแบบนี้มาไว้ที่บ้านกันเถอะ”
“เตียงแบบนี้เหรอ นุ่มเกินไปหรือเปล่า ไม่ดีต่อเอวนะ” เสี่ยวจ้านไม่ค่อยเห็นด้วยนัก
“พูดเหลวไหลน่า! ตอนอยู่บ้านเกิดฉันนอนเตียงไม้แข็ง เอวถึงได้ปวดต่างหาก! เราควรหาเตียงสปริงสักหลัง… สบายกว่านี้อีก”
เตียงนี่ก็แค่ปูผ้านวมหนาขึ้นหน่อย ส่วนเตียงสปริงของยุคใหม่น่ะ ถึงจะเรียกว่าสุขสบายอย่างแท้จริง
“ฉันจะบอกให้ คนเรามีเวลาวันละยี่สิบสี่ชั่วโมง อย่างน้อยก็ใช้เวลาหนึ่งในสามอยู่บนเตียง เพราะงั้นต้องนอนให้สบายสิ”
เสี่ยวจ้านส่ายหน้า ทฤษฎีแปลก ๆ ของเธอมาอีกแล้ว
เขาหันไปทางกระติกน้ำร้อน รินน้ำอุ่นใส่แก้ว แล้วยื่นไปจ่อที่ปากเธอ
“ดื่มน้ำหน่อย”
เจียงซูหรงดื่มน้ำจากมือเขาอึก ๆ ไปเกินครึ่งแก้ว
จากนั้นเธอก็มองชายหนุ่มที่ก้มลงเก็บรองเท้าซึ่งเธอเตะทิ้ง แล้วจัดวางไว้ข้างเตียงอย่างเป็นระเบียบ
แผ่นหลังกว้างนั้นเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อแน่นกระชับจากท่าทางที่ก้มลง
เจียงซูหรงใจเต้นขึ้นมา เธอลุกจากเตียงแล้วโอบเอวเขาจากด้านหลัง
“ที่รัก วันนี้คุณทำได้ดีมาก” เธอแนบแก้มกับแผ่นหลังอุ่น ๆ ของเขา เสียงอู้อี้อยู่ในลำคอ “โดยเฉพาะประโยคสุดท้ายที่ว่า ‘ตามใจเธอ’ พูดได้มีชั้นเชิงมาก ฉันชอบฟัง”
ร่างของเสี่ยวจ้านแข็งเกร็งไปชั่วครู่ ก่อนจะยืดตัวขึ้นตรง ปล่อยให้เธอเกาะเขาเหมือนโคอาลา
