ศัพท์เทคนิคทุกคำ ทุกตัวเลขที่เขาพูดออกมา ล้วนแม่นยำจนแม้แต่ไช่กัวตงผู้เชี่ยวชาญตัวจริงก็ยังหาข้อผิดพลาดไม่ได้แม้แต่น้อย
ในห้องประชุมเงียบกริบ
สีหน้าของไช่กัวตงเปลี่ยนจากแดงเป็นซีด แล้วจากซีดเป็นเขียวคล้ำ เขารู้สึกราวกับไม่ได้กำลังฟังรายงานจากลูกน้อง แต่กำลังถูกเพื่อนร่วมอาชีพที่มีฝีมือเหนือกว่าตนมากเปิดโปงต่อหน้าทุกคน
ความรู้ความเชี่ยวชาญที่เขาเคยภาคภูมิใจ กลับดูตื้นเขินและน่าขันเหลือเกินเมื่ออยู่ต่อหน้าอีกฝ่าย
“พูดได้ดี!” จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างไม่เข้ากับบรรยากาศ
ทุกคนหันไปตามเสียง เห็นหลี่เหวยตง รองผู้บังคับกรมของกองพัน 542 ไม่รู้ว่าแทรกเข้ามาในฝูงชนตั้งแต่เมื่อไร เขายิ้มกว้าง พลางยกนิ้วโป้งให้ไช่กัวตง
“วิศวกรไช่ คุณเห็นไหม ผมบอกแล้ว คนของกองพัน 732 แต่ละคนปากคอเราะร้าย พูดดำให้เป็นขาวได้สบาย! คุยโวอยู่บนหน้ากระดาษ ใคร ๆ ก็ทำได้ คำนวณเป็นอย่างเดียวจะมีประโยชน์อะไร ต้องเอาออกมาทดสอบให้เห็นกับตาก่อน ถึงจะรู้ว่าของจริงหรือของปลอม!”
คำพูดของเขาฟังดูเหมือนกำลังประจบไช่กัวตง แต่แท้จริงแล้วคือยื่นบันไดให้ลง ทั้งยังราดน้ำมันลงบนกองไฟอีกด้วย
เป็นไปตามคาด ไช่กัวตงที่ถูกต้อนจนมุมราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้ได้ เขาฟาดโต๊ะดังปัง ชี้ไปยังแบบแปลนในมือวังอี้ป๋อแล้วกล่าวเสียงเข้มว่า “การคำนวณ? แบบแปลน? ของพวกนี้ปลอมแปลงได้ทั้งนั้น! ผมเชื่อแต่ข้อเท็จจริงที่เห็นกับตาตัวเอง!”
เขาจ้องเจียงซูหรงเขม็ง แววตาเต็มไปด้วยความดื้อรั้นบ้าคลั่ง เขารู้ดีว่าวันนี้ถ้าเรียกศักดิ์ศรีกลับคืนมาไม่ได้ ชื่อเสียงในฐานะ ‘ผู้เชี่ยวชาญ’ ของเขาก็จะพังพินาศอยู่ที่นี่
“คุณไม่ได้บอกหรือว่าบ้านของคุณแข็งแรง?” เขาราวกับยื่นคำท้าครั้งสุดท้าย “ดี! งั้นเรามาทดสอบกัน ทำการทดสอบน้ำหนักบรรทุกสูงสุด!”
“การทดสอบน้ำหนักบรรทุกสูงสุดหรือ?” สีหน้าของหัวหน้าแผนกส่งกำลังบำรุงนามสกุลจางเปลี่ยนไป นี่เป็นการทดสอบแบบทำลาย โดยปกติทำกันในห้องทดลองเพื่อทดสอบชิ้นส่วนอาคาร จะมีใครเอาไปทดสอบกับบ้านที่สร้างเสร็จแล้วกัน? เห็นชัด ๆ ว่าต้องการทำลายโครงการนี้ให้สิ้นซาก!
