หลังจากแพทย์ตรวจอวิ๋นเยียนเอ๋อร์อย่างละเอียดแล้ว ก็พบว่าในสมองของเธอมีก้อนเลือดเพิ่มขึ้นมาก้อนหนึ่ง
“พวกเราสงสัยว่าสาเหตุที่ลูกสาวคุณสูญเสียความทรงจำ จำอะไรไม่ได้เลย เป็นเพราะก้อนเลือดนี้ครับ”
แพทย์บอกจ้าวเสี่ยวเฟิ่ง
“อีกอย่าง จากที่พวกเราคาดการณ์ไว้ เพราะก้อนเลือดนี้ นิสัยของลูกสาวคุณอาจเปลี่ยนไปด้วย อย่างเช่น เมื่อก่อนอาจเป็นคนเงียบ ๆ แต่ต่อไปกลับกลายเป็นคนร่าเริงมากขึ้น อย่างไรก็ดี โชคดีที่ก้อนเลือดนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสติปัญญาของลูกสาวคุณ เธอจึงใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติครับ”
อวิ๋นเยียนเอ๋อร์ฟังคำพูดของแพทย์แล้วอดสงสัยไม่ได้ว่าแพทย์คนนี้เป็นระบบปลอมตัวมาหรือเปล่า
ฟังอย่างไรก็เหมือนกำลังช่วยหาเหตุผลที่สมบูรณ์แบบมารองรับการมีตัวตนของเธอในโลกต่างมิติแห่งนี้
ราวกับว่าเธอเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของจ้าวเสี่ยวเฟิ่งจริง ๆ
“คุณหมอคะ รักษาได้ไหมคะ”
จ้าวเสี่ยวเฟิ่งถามแพทย์ด้วยความเป็นห่วง “ถึงตอนนี้ก้อนเลือดในสมองของลูกสาวฉันจะดูเหมือนไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมาก แต่ถ้ามีก้อนเลือดอยู่ในหัวไปตลอด ฉันก็อดเป็นห่วงไม่ได้ค่ะ”
“ต้องขออภัยด้วยครับ”
แพทย์ดันแว่นบนสันจมูก ก่อนบอกจ้าวเสี่ยวเฟิ่งด้วยสีหน้าเสียดาย
“ด้วยมาตรฐานการแพทย์ในปัจจุบันของเรา ยังไม่มีวิธีผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะเพื่อเอาก้อนเลือดในสมองของลูกสาวคุณออกได้อย่างหมดจดโดยปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ อีกทั้งการผ่าตัดแบบนี้มีค่าใช้จ่ายสูงมาก ประเมินอย่างต่ำก็ต้องใช้เงินหนึ่งหมื่นหยวน”
“หนึ่งหมื่นหยวน!” จ้าวเสี่ยวเฟิ่งร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ
ต่อให้เอาเงินเก็บทั้งหมดของครอบครัวออกมา ตอนนี้พวกเธอก็ยังหาเงินหนึ่งร้อยหยวนไม่ได้เลย
แต่การรักษาอาการสูญเสียความทรงจำของลูกสาวเยียนเอ๋อร์กลับต้องใช้เงินอย่างต่ำหนึ่งหมื่นหยวน
