ในยุคสมัยนี้ ต่อให้เป็นสามีภรรยาที่แต่งงานกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เวลาเดินอยู่บนถนนก็ยังต้องจงใจเว้นระยะห่าง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการคลอเคลียพูดคำหวานต่อหน้าสาธารณชน
ยิ่งสำหรับฮั่วจิ้นหยวน ชายวัยสามสิบกว่าแล้วยังไม่เคยคบใครสักครั้ง คำพูดสองประโยคที่อวิ๋นเยียนเอ๋อร์เปล่งออกมาด้วยเสียงหวานนุ่มเย้ายวนนี้ ก็ไม่ใช่แค่คำหวานธรรมดาอีกต่อไป
แต่มันเป็นคำพูดลับบนเตียงที่โจ่งแจ้งและชวนให้คิดลึกเกินไป เป็นเรื่องที่ไม่มีทางให้คนอื่นได้ยินหรือล่วงรู้เด็ดขาด
ใบหูของฮั่วจิ้นหยวนร้อนผ่าวจนแดงก่ำ ขมับเต้นตุบ ๆ เขาขบกรามแน่น
ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้ว
เขาไม่ได้ช่วยคนคนหนึ่งเอาไว้
แต่ช่วยตัวปัญหามาใส่ตัวต่างหาก
“พี่ชาย เมื่อกี้พี่รัดแขนฉันจนเจ็บมากเลยนะ ฉัน...อื้อ...”
ฮั่วจิ้นหยวนขบกรามแน่น สีหน้ามืดครึ้มด้วยความขุ่นเคือง เขาก้าวพรวดกลับมาอย่างรวดเร็ว พลันยกมือปิดปากเล็ก ๆ ของอวิ๋นเยียนเอ๋อร์ที่ยังทำท่าจะพูดเจื้อยแจ้วเสียงดัง
“หุบปาก ถ้ายังร้องอีก ฉันจะโยนเธอกลับลงน้ำ!”
สายตาของฮั่วจิ้นหยวนดุดันอย่างยิ่ง ราวกับสัตว์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำคน
เขาคิดว่าทำแบบนี้ อย่างน้อยก็น่าจะทำให้เธอกลัวได้บ้าง
“แล้วก็ ยัยเด็กน้อย...”
ฮั่วจิ้นหยวนลดมือลงจากปากเล็ก ๆ ของอวิ๋นเยียนเอ๋อร์ ก่อนเอ่ยเสียงเข้มพลางกัดฟัน
“ปีนี้ฉันอายุสามสิบสองแล้ว ไม่คู่ควรให้เธอเรียกพี่ชายซ้ำ ๆ หรอก”
เด็กผู้หญิงคนนี้ดูอย่างไรก็อายุน้อยกว่าเขามาก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอายุครบสิบแปดหรือยัง
ยิ่งไปกว่านั้น ท่าทางไม่กลัวฟ้าไม่กลัวดิน เอาแต่ใจ ทำอะไรตามอำเภอใจ อวดดีเอาแต่ใจของเธอ ก็บอกได้ว่าเธอมีครอบครัวฐานะดีเพียงใด และเติบโตมาโดยมีคนคอยตามใจทะนุถนอมแค่ไหน
