เขาสามารถล่าสังหารสิ่งลี้ลับไปพลาง เก็บเสบียงไปพลางได้อย่างสบาย
เมื่อมีคางคกกลืนฟ้าที่เก็บของได้ เขาย่อมกวาดเสบียงได้มากกว่าทุกคน
ด้วยฝีมือในตอนนี้ ต่อให้ค้นหาเมืองเล็ก ๆ เพียงลำพัง หากสู้ไม่ไหวก็ยังหนีได้ไม่ยาก ไม่จำเป็นต้องไปทนรับความอึดอัด
แถมยังจะเอาเสบียงไปสองส่วนอีกหรือ? เสิ่นเหอได้สองส่วน ส่วนที่เหลือแบ่งกันสามคน เขาคงได้มากที่สุดแค่สามส่วน แต่อีกฝ่ายกลับขอสองส่วน นี่มันเรียกว่ากอบโกยเกินไปแล้ว ไม่ต่างจากปล้นกันชัด ๆ
แทนที่จะมานั่งเถียงกันเรื่องแบ่งของ สู้ใช้ข่าวที่เสิ่นเหอบอก ออกตามหาจุดที่สิ่งลี้ลับซ่อนตัวทีละแห่ง แล้วจัดการเก็บบุณย์คนเดียวจะดีกว่า ขอแค่สิ่งลี้ลับไม่แข็งแกร่งจนน่ากลัว เขาก็สู้ไหว
หลูจื่อหมิงไม่ลังเลแม้แต่น้อย ลุกขึ้นแล้วหันหลังเดินออกจากเต็นท์ไปทันที
เสิ่นเหอตั้งใจจะเอ่ยห้าม แต่เมื่อเห็นท่าทีเด็ดขาดของเขา ทั้งยังไม่หันกลับมา จึงทำได้เพียงปล่อยไป
ที่จริงหลูจื่อหมิงไม่เคยคิดจะแบ่งเสบียงให้ทุกคนเท่า ๆ กันตั้งแต่แรก
เมื่อมีไพ่ตายชั้นยอดอย่างคางคกกลืนฟ้าไว้ในมือ ประสิทธิภาพในการกวาดเสบียงของเขาย่อมเป็นอันดับหนึ่งของทีม
เมื่อครู่เขาจงใจทำทีว่าการเจรจาล้มเหลว แล้วเดินหนีด้วยความโมโห ทั้งหมดเป็นเพียงแผนซ้อนแผนที่อาศัยจังหวะตามน้ำ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการแยกตัวออกไปปฏิบัติการ
ภายในเต็นท์
โม่เหยายังคงไร้สีหน้า เย็นชาเหมือนภูเขาน้ำแข็ง มองไม่เห็นอารมณ์ใด ๆ
หวังฟู่กุ้ยร้อนใจจนเกาหัวเกาหู มองเสิ่นเหอที่กำลังจิบชาแล้วรีบถามว่า “พี่เสิ่นยังใจเย็นอยู่ได้ยังไง พี่หลูโกรธจริง ๆ แล้วนะ! จะทำยังไงดี?”
เสิ่นเหอยกชาร้อนขึ้นจิบ ก่อนหัวเราะเบา ๆ “เจ้าคนอ้วน นายคิดจริง ๆ เหรอว่าเขาโดนคุณหนูโม่ทำให้โมโหจนเดินหนี? คนที่ดิ้นรนเอาชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้ในวันสิ้นโลก จะโกรธเพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ได้ยังไง?”
หวังฟู่กุ้ยทำหน้างุนงง “หา? ไม่ใช่แบบนั้นเหรอ? สองส่วนมันก็เยอะเกินไปจริง ๆ นะ ถ้าแค่ส่วนเดียว พี่หลูอาจจะยอมก็ได้”
“ฮ่า ๆ ๆ นายไม่เข้าใจหรอก”
