แม้เจ้าพุงจะเป็นคนโผงผางไม่คิดมาก แต่ก็ยืนคุ้มกันอยู่ข้างเสิ่นเหอไม่ห่าง หากสถานการณ์เลวร้ายลง เขาจะได้เข้าขวางหน้าเสิ่นเหอทันที
ซางเปียวเห็นเป้าถูกคนเอากระบี่จ่อคอ สีหน้าก็พลันบูดบึ้ง
ถึงเป้าจะทำอะไรบุ่มบ่าม แต่ยังไงก็เป็นคนในขบวนรถของตน การแตะต้องเป้าก็เท่ากับตบหน้าขบวนรถของพวกเขาทั้งหมด
อีกอย่าง เมื่อขบวนรถสองฝ่ายมาเจอกัน จะเสียเชิงไม่ได้ เขาหันไปมองเสิ่นเหอแล้วตะคอกว่า “หัวหน้าเสิ่น นี่คือวิธีที่ขบวนรถรุ่งอรุณของพวกคุณปฏิบัติต่อเพื่อนงั้นเหรอ?”
เสิ่นเหอยักไหล่ทั้งสองข้าง สีหน้าจนใจ “ผมก็ทำอะไรไม่ได้ ผมแค่นำทาง พวกเขาไม่ฟังผม แล้วจะให้ผมทำยังไง”
“ดี ในเมื่อคุณคุมไม่อยู่ งั้นฉันจะสั่งสอนเธอแทนเอง พี่จาง เตรียมลงมือ!”
สิ้นเสียง ชายวัยกลางคนผมเกรียนที่อยู่ด้านหลังก็แปลงร่างในพริบตา กลายเป็นเสือชีตาห์กึ่งมนุษย์กึ่งสัตว์
ทั่วร่างมีลักษณะของเสือดาว ทั้งหาง กรงเล็บคม และเขี้ยวเผยออกมาครบถ้วน ดูราวกับเสือดาวยักษ์ที่ยืนสองขา เขาไม่ได้พุ่งเข้าโจมตี เพียงข่มขู่ด้วยกำลังล้วน ๆ
อาศัยจังหวะที่โม่เหยาเผลอไปชั่วขณะ เป้าก็รีบหนีไปหลบอยู่ด้านหลังพี่จาง
เมื่อไปถึงที่ปลอดภัย เป้าก็เริ่มด่ากราด “แม่งเอ๊ย นังสารเลว แล้วยังไอ้หมูอ้วนตายซากนี่อีก ให้หน้าพวกแกมากไปแล้วใช่ไหม คิดจริง ๆ เหรอว่าพวกเรารังแกง่าย!”
ลมแรงพัดกระหน่ำขึ้นมาอย่างฉับพลัน เป้าอ้าปากกว้าง สิ่งลี้ลับรูปร่างมนุษย์ขั้นสองทยอยออกมาจากปากของเขาทีละตัว
เจ้าพุงเห็นดังนั้นก็เผลอร้องด้วยความหวาดกลัว “เป็นไปได้ยังไง มีสิ่งลี้ลับขั้นสองเยอะขนาดนี้!”
ได้ยินเช่นนั้น เป้าก็เผยสีหน้าภาคภูมิใจ “ไอ้หมูอ้วนตายซาก ตอนนี้รู้จักกลัวแล้วสินะ? สายไปแล้ว! ฉันยังมีสิ่งลี้ลับขั้นสามอีกตัว!”