รุ่งเช้าวันถัดมา
หลูจื่อหมิงเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกมาถึงวันที่ 63 แล้ว
ภายในรถ หลี่เจี้ยนกับคนอื่น ๆ กำลังง่วนอยู่กับหน้าไม้ประกอบ
เดิมทีพวกเขาก็เป็นทหารมาก่อน ทั้งยังฝ่าฟันคลุกคลีในวันสิ้นโลกมานาน จึงหลงใหลอาวุธสังหารชิ้นนี้จนวางไม่ลง
ในโลกวุ่นวายเช่นนี้ การมีอาวุธอยู่ในมือทำให้คนธรรมดาอย่างพวกเขารู้สึกปลอดภัยขึ้นมาก
“ฮ่า ๆ ๆ หน้าไม้นี่แรงสะใจจริง ๆ เจอผู้รอดชีวิตที่คิดร้ายก็ใช้ข่มขวัญได้ วันสิ้นโลกบัดซบนี่ บางครั้งคนเป็นยังน่ากลัวกว่าสิ่งลี้ลับเสียอีก”
“ใช่เลย ต่อไปก็ไม่ต้องกลัวผู้รอดชีวิตคนอื่นเล่นงานกันเองแล้ว หน้าไม้ประกอบแบบยิงต่อเนื่องเอาไว้จัดการคนทั่วไป ส่วนแบบยิงทีละนัดที่แรงและแม่นยำก็ใช้รับมือผู้สืบทอดลำดับเหนือมนุษย์ที่ร่างกายอ่อนแอ”
หลูจื่อหมิงสวมแว่นกันแดด เคี้ยวหมากฝรั่งพลางเอนหลังพิงเบาะข้างคนขับ “วันสิ้นโลกเพิ่งปะทุได้ไม่นาน ระดับของผู้สืบทอดลำดับเหนือมนุษย์ส่วนใหญ่ยังไม่สูง”
“ผู้สืบทอดลำดับเหนือมนุษย์ขั้นต่ำบางคน ถ้าจับจังหวะได้ ใช้หน้าไม้ก็ฆ่าได้เหมือนกัน เสี่ยวหมิง ฝีมือนายไม่ธรรมดาจริง ๆ ต่อไปลองศึกษาพัฒนาอาวุธดูได้”
หลูจื่อหมิงยังมีอีกสองสามคำที่ไม่ได้พูดออกไป นั่นคือทางที่ดีที่สุดควรหาอาวุธประหลาดมาสักสองสามชิ้น
หลี่หมิงได้ยินแล้วตอบอย่างถ่อมตัว “เดิมทีผมเรียนด้านเครื่องกลอยู่แล้ว หน้าไม้พวกนี้ใช้แค่วัสดุธรรมดา ถ้าหาวัสดุผสมคุณภาพดีได้ พลังทำลายก็น่าจะเพิ่มขึ้นได้อีกมาก”
“ถ้าได้ความแม่นของพี่หลี่ไปด้วยละก็ ยิงตรงไหนก็โดนตรงนั้นแน่”
หลี่เจี้ยนหัวเราะ “แน่นอน ตอนอยู่ในกองทัพฉันเคยเป็นแชมป์ยิงปืนเชียวนะ”
พวกเขาพูดคุยกันอย่างออกรส โอ้อวดกันไม่หยุด เสียงหัวเราะดังต่อเนื่อง ช่วยบรรเทาความอึดอัดที่กดทับอยู่ในใจได้บ้าง
“ใกล้ถึงปั๊มน้ำมันนั่นแล้วมั้ง หลี่หมิง นายทำถังน้ำมันได้ไหม?”
“ได้ ไม่ยากเลย แค่รวบรวมวัสดุแถวนี้ก็ทำขึ้นมาได้สักหลายใบแล้ว ไม่ต้องใช้ทักษะสูง อีกอย่างแถวปั๊มน่าจะมีถังน้ำมันเก่าที่ถูกทิ้งอยู่แน่ ๆ ผมซ่อมกับปรับสภาพใหม่ก็เอามาใช้ได้เลย”
