ทันทีที่เดินลงจากรถบ้าน ก็เห็นหลี่เจี้ยนกำลังอบรมเหล่าผู้รอดชีวิตอยู่ไกล ๆ
เสิ่นเหอเดินเข้ามาหาแล้วเอ่ยว่า “พี่ลู่ วันนี้ผมเปลี่ยนเส้นทางตามแผนเดิมแล้ว เราจะไปที่อื่น มุ่งหน้าไปยังเขตเกษตรกรรมชิงสุ่ย”
“ตอนนี้เสบียงของเรามีเพียงพอ ไม่ขาดอาหารหรือน้ำ แต่ผู้สืบทอดลำดับเหนือมนุษย์อย่างพวกเราต้องต่อสู้และพัฒนาความสามารถอย่างต่อเนื่องถึงจะแข็งแกร่งขึ้น จะเอาแต่นั่งหยั่งรู้กับทำสมาธิโดยไม่ลงสนามจริงไม่ได้”
“ถ้าอยากเอาตัวรอดไปวัน ๆ เราก็หลบออกจากเมือง เดินทางตามถนนเล็ก ๆ ได้ อาศัยเสบียงที่มีอยู่คงซ่อนตัวอย่างปลอดภัยได้สักหนึ่งหรือสองสัปดาห์ แต่หลังจากนั้นล่ะ?”
“เราเอาตัวรอดไปตลอดชีวิตไม่ได้ ยิ่งตอนนี้ต้องรีบแข็งแกร่งขึ้น แล้วยังต้องระวังสิ่งลี้ลับระดับสูงสองตัวนั่นลงมือกะทันหันด้วย แถวนั้นยังมีแม่น้ำพอดี จะได้หาน้ำมาอาบด้วย”
“เขตเกษตรกรรมชิงสุ่ยแห่งนี้ ก่อนวันสิ้นโลกมีประชากรแค่สองแสนกว่าคน พื้นที่ไม่ใหญ่ ใช้เวลาไม่นานก็ข้ามได้ทั่วทั้งเขต ความเสี่ยงควบคุมได้ จะหนีเมื่อไรก็ได้”
พอได้ฟัง ดวงตาของหลูจื่อหมิงก็เป็นประกาย ความคิดนี้ตรงกับที่เขาต้องการพอดี
เขากำลังต้องการสิ่งลี้ลับจำนวนมากเพื่อเก็บแต้มบุณย์และเพิ่มพูนพลังอย่างรวดเร็ว จะได้เป็นอาวุธสังหารแห่งวันสิ้นโลกที่ใครผ่านมาก็ต้องโดนตบสองฉาด
หลูจื่อหมิงทำสีหน้าจริงจัง “ไม่มีปัญหา พี่เสิ่น ถึงเวลาต้องฝึกฝนเชิงรุกจริง ๆ สถานที่ที่พี่เลือกไม่เล็กไม่ใหญ่ ความยากกำลังพอดี พลังต่อสู้ของสิ่งลี้ลับที่นี่อยู่ในระดับที่ทุกคนรับมือได้”