ภาพจบลง สีหน้าของทุกคนเริ่มด้านชาไปบ้างแล้ว เพราะพวกเขาหวาดกลัวจนถึงขีดสุด
ส่วนจำนวนผู้ติดตามของพวกเขา เมื่อได้รับผลกระทบจากเหลยหลงและคนอื่น ๆ ก็ลดลงมากบ้างน้อยบ้าง
แต่จำนวนผู้ติดตามของหลิวเย่กลับพุ่งสูงขึ้นด้วยความเร็วที่น่ากลัว
ณ มุมหนึ่งของคฤหาสน์ มีเงาร่างหนึ่งมองภาพบนจอมอนิเตอร์พลางจมอยู่ในห้วงความคิด
เขาหยิบสมุดเล่มเล็กออกมา บนปกเขียนว่า ‘บทละครภูตประหลาด’ เขาแตะน้ำลายที่นิ้วแล้วเปิดสมุดไปยังรายชื่อผู้ร่วมแสดง ซึ่งมีชื่อเสี่ยวซ่วยและคนอื่น ๆ อยู่ด้วย พอแน่ใจว่าไม่มีชื่อหลิวเย่ เขาก็พยักหน้า
จากนั้นก็หันไปดูรายชื่อภูตประหลาด ซึ่งมีชื่อตัวเองอยู่ เขาชี้ตัวเองแล้วพยักหน้า ก่อนจะมองเลข 1 ในช่องจำนวนภูตประหลาด แล้วขีดเครื่องหมายคำถามตัวโต
เขาเงยหน้ามองหลิวเย่และจมอยู่ในห้วงความคิด บนนี้ก็ไม่ได้เขียนไว้นี่นาว่าจะส่งผู้ช่วยมาให้! ที่สำคัญคือหมอนี่ทำงานเร็วเกินไป ทางนี้ตามไม่ทันแล้ว!
เมื่อวานพวกเขาเพิ่งมาถึงก็ไม่นับ วันนี้เพิ่งเป็นวันแรกเอง แต่นายกลับจัดการไปแล้ว 4 คน แล้วอีก 13 วันที่เหลือจะให้เขาทำยังไง?
ไม่ได้การแล้ว! เขาคิดว่าต้องหาทางห้ามไว้บ้าง ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป รายการนี้ได้พังแน่! ความสามารถของเขาพึ่งพารายการนี้อยู่แท้ ๆ
“เอาละ รายการดำเนินต่อ” ผู้กำกับกล่าวอย่างเหนื่อยล้า
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกเราจะไม่จัดเตรียมอาหารกลางวันให้ทุกคนอีก หากอยากกินอะไร ก็ต้องทำภารกิจของเราให้สำเร็จ”
เหล่าดาราพยักหน้ากัน เดิมทีพวกเขาตั้งใจจะทำแบบขอไปที แต่ตอนนี้กลับตั้งอกตั้งใจกันขึ้นมา อย่างไรเสีย ถ้าทำผลงานได้ดี แฟน ๆ ก็อาจกลับมาสนใจพวกเขาอีกครั้ง
“ดีเลย เกมแรกเป็นการตอบคำถามความรู้ พวกเราจะถามคำถาม ถ้าตอบถูก 5 ข้อ พวกคุณจะได้รับ...รางวัลจากแฟน ๆ?”
ผู้กำกับมองสมุดหัวข้อในมืออย่างงุนงง ทำไมจู่ ๆ ถึงกลายเป็นรางวัลจากแฟน ๆ ไปได้ล่ะ? ไม่ควรเป็นอาหารกลางวันหรอกหรือ?
ภูตประหลาดในเงามืดพยักหน้า ช่วยไม่ได้ ถ้าไม่ให้รางวัลอะไรสักอย่าง พวกเขาก็คงเล่นต่อไม่ไหวจริง ๆ
โดยเฉพาะหลิวเย่ ต้องระวังหมอนั่นไว้ให้ดี
