“สรุปว่าพวกนายมาจากหมู่บ้านเดียวกันหมดเลยเหรอ?” หลิวเย่ถามอย่างจนคำพูด
“ใช่แล้ว พวกเราโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ของพวกเราก็ออกไปทำงานกันหมด กลุ่มนี้ยังรวบรวมกันมาแบบพอถูไถเลย” หนุ่มผมเหลืองอธิบาย
รวบรวมกันมาแบบพอถูไถจริง ๆ นั่นแหละ แค่เพิ่มมาอีกคนก็พากลับไปไม่ไหวแล้ว ก่อนหน้านี้ผู้ชายที่พาพวกเขามาที่นี่ถูกพวกเขาทำให้ตกใจจนตายคาที่ จะว่าไปมันก็เหลวไหลสิ้นดี พวกเขาก็ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย แค่บอกให้ช่วยอะไรนิดหน่อย อีกฝ่ายกลับตกใจตายไปเอง ความสามารถในการรับแรงกดดันต่ำเกินไปแล้ว
พอหลิวเย่ได้ยินคำว่าออกไปทำงาน ก็รู้สึกสะเทือนใจขึ้นมาทันที จริงด้วย ทุกคนต่างก็ลำบากกันทั้งนั้น
เขาเดินไปนั่งข้างเสี่ยวซ่วยทันที ทำเอาเสี่ยวซ่วยเกือบเป็นลม ยังดีที่กบซึ่งอยู่ข้าง ๆ ประคองเขาไว้ ไม่อย่างนั้นคงล้มไปแล้ว
“พี่เฟย เราก็รู้จักกันอยู่แล้ว งั้นผมไม่พูดเรื่องไร้สาระให้มากความนะ”
นี่จะพูดเข้าประเด็นเลยสินะ เสี่ยวซ่วยบีบต้นขาตัวเองแน่น พยายามรักษาความสงบเอาไว้
“รู้ไหมว่าตอนนี้เรื่องมันร้ายแรงมาก!”
หลิวเย่กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง
“รู้ครับ! ผมรู้!”
จะไม่รู้ได้ยังไงว่าเรื่องมันร้ายแรงขนาดไหน ภูตประหลาดที่คนอื่นเลี้ยงดูอย่างดีถูกฆ่าตาย อีกฝ่ายจะไม่โกรธได้เหรอ
“แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดผมจริง ๆ ตอนนั้นผมก็บอกพวกเขาแล้วว่าอย่าทำแบบนี้ อย่าทำ แต่พวกเขายืนกรานจะลงมือเอง”
ตอนนั้นเขาก็บอกแล้วว่าอย่าไปหาเรื่องอีกฝ่าย อย่าไปหาเรื่อง แต่พวกโง่ในองค์กรกลับมัวแต่หาเงินจนสมองเลอะเลือน ยืนกรานจะแก้แค้น สุดท้ายก็โดนซ้อมจนแทบพิการ แถมยังทำให้เขาต้องมาอยู่ในสภาพนี้อีก
