หมีไช่ที่อยู่ในห้องไม่ตอบอะไรผมเลย คงโกรธจนหายใจไม่ทั่วท้องกับคำพูดและการกระทำก่อนหน้านี้ของผมจริง ๆ ผมเลยเคาะประตูอีกรอบแล้วพูดว่า “งั้นฉันไม่เข้าห้องคุณก็ได้ จะเอาแมลงสาบที่กำจัดแล้วยัดเข้าไปให้คุณพิสูจน์ แสดงให้เห็นว่าฉันทำเรื่องให้คุณเสร็จจริง ๆ ไม่เคยทำส่ง ๆ ใส่คุณ”
หมีไช่น้ำเสียงตื่นตระหนกพูดกับผมว่า “ไม่ต้องพิสูจน์แล้ว รีบเอาไปให้พ้น ๆ เถอะ”
“อ้อ” ผมขานรับ แล้วยกมือโยนก้นบุหรี่ที่ห่อด้วยกระดาษทิชชู่กับแมลงสาบที่ใกล้ตายตัวหนึ่งทิ้งออกไปนอกหน้าต่าง
ผมเลยบอกหมีไช่ว่า “ตอนนี้ห้องน้ำใช้ได้แล้ว รับประกันว่าไม่มีแมลงสาบแม้แต่ตัวเดียว”
“อ้อ งั้นคุณรีบกลับไปพักผ่อนเถอะนะ”
“ดึกขนาดนี้เรียกแท็กซี่ยากจะตาย”
หมีไช่ถึงได้เดินออกมาจากห้องอีกครั้ง ผมยาวหยักศกเล็กน้อยมัดรวมไว้แล้ว และเปลี่ยนเป็นเสื้อโค้ตผ้าวูลลายสก็อตสีเทา-ขาวหนาหน่อยตัวหนึ่ง มือถือกุญแจรถ พูดกับผมว่า “งั้นฉันไปส่งคุณนะ”
ผมยืนนิ่งไม่ขยับ แน่นอนว่าก็เพื่อจะได้อิดออดไม่ยอมไปไหน เพราะสัญญากับลี่ลี่ไปแล้วว่าคืนนี้จะไม่กลับไปนอนที่หลัวเปิ่น
หมีไช่เดินไปถึงประตูแล้ว หันกลับมาถามว่า “ทำไมคุณไม่เดิน”
ผมถอนหายใจ สีหน้าหมดอาลัยตายอยาก “วันนี้ไปค้างบ้านเพื่อนไม่ได้แล้ว”
“เกิดอะไรขึ้น”
“เฮ้อ... มันพาผู้หญิงกลับบ้านไปค้างคืนน่ะ” ผมลดเสียงลง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเวทนาหมดหนทางไปไหนไม่ได้
“ก็จะครบสัปดาห์แล้ว คุณยังหาที่อยู่ไม่ได้อีกเหรอ”
“ช่วงนี้ยุ่งนี่ครับ แค่ไปห้างเตี้ยนก็สองรอบแล้ว ที่ไหนจะยังมีเวลาหาบ้านอีก อีกอย่างจะหาบ้านที่อยู่แล้วสบายใจได้ง่ายขนาดนั้นที่ไหนกัน!” ผมว่าแล้วก็กวาดตามองไปรอบ ๆ ห้องนี่อีกที อบอวลไปด้วยความโหยหาอาลัย
“งั้นคุณก็ไปนอนโรงแรมสิ”
“ไม่ไป โรงแรมแพงจะตาย! ฉันต้องเก็บเงินใช้หนี้ที่ติดค้างคุณอยู่นะ” ผมว่าแล้วก็นั่งลงบนโซฟา แล้วก็เอนตัวลงนอน ใช้การกระทำกับหมีไช่ให้เข้าใจชัดเจนไปเลยว่าคืนนี้จะขอนอนที่นี่
