ในยามค่ำคืน ผมกลับมาที่หมู่บ้านที่เคยอยู่มานานกว่า 2 ปีอีกครั้ง ด้านล่างตึกมีรถคิวเซเว่นสีม่วงแดงของหมีไช่จอดอยู่ หล่อนมาถึงก่อนผมแล้ว
ผมผิวปากพลางเดินขึ้นบันได ไฟเซ็นเซอร์สว่างขึ้นตลอดทาง แสงไฟยิ่งทำให้โถงทางเดินดูทรุดโทรมหนักกว่าเดิม ความทรุดโทรมนี้ทำให้ผมงุนงงมากขึ้นทุกที ผมคิดเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมหมีไช่ถึงเลือกอยู่ที่นี่ จนผมไม่มีที่ไป ต้องไปพึ่งพักอาศัยในรังมั่วสุมของหลัวเปิ่น
เคาะประตูแล้ว หมีไช่แต่งตัวเรียบร้อยมาเปิดให้ ผมเลยบ่นออกไปว่า “เหนื่อยจะตาย!”
“งั้นก็รีบๆ ทำสิ เสร็จแล้วจะได้กลับไปพักผ่อน” หมีไช่พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นห่วงผมมาก
ผมมองหล่อนอย่างไม่พอใจ “คุณน่ะหน้าตาสวยมาก แต่อีคิวมันขาดจริงๆ นะ ผมบอกว่าเหนื่อย ก็อยากให้คุณช่วยรินน้ำอุ่นให้สักแก้ว”
“ฉันไม่ได้มาอยู่ที่นี่ตั้งหลายวันแล้ว ที่ไหนจะมีน้ำอุ่น”
“ในบ้านมีกาต้มน้ำไฟฟ้า มีเตาแก๊ส ไม่มีน้ำอุ่นคุณก็ไปต้มสิ อ้อ ผมชอบชามะนาวเก๋ากี้ ตอนย้ายของครั้งก่อนผมไม่ได้เอาเก๋ากี้กับมะนาวไปด้วย คุณไปชงให้ผมเดี๋ยวนี้เลย” ผมพูดพลางเอนตัวลงบนโซฟา ไขว่ห้าง แล้วหยิบส้มในจานผลไม้ขึ้นมาแกะกิน
หมีไช่หน้าตาไม่สู้ดีนัก แต่ก็ยังเดินไปรองน้ำในครัว เสียบปลั๊กกาต้มน้ำเปิดต้ม แล้วมายืนตรงข้ามโซฟา มองผมด้วยแววตาเคืองๆ
ผมกระหยิ่มใจ นาทีนี้ถ้าไม่เอาเปรียบหล่อนบ้าง รอให้หล่อนใช้ผมเสร็จแล้ว คงต้องเอ่ยวาจาพิษให้ผมสะอึกตายอีกแน่
