แม้ผมจะยืนกรานหนักแน่นว่าจะไม่ยอมจากไป แต่มี่ไฉ่ก็ยังคงไม่สะทกสะท้าน เธอทิ้งประโยคเย็นชาไว้ว่า "แล้วแต่แก" แล้วก็เงียบหายไป
ผมเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น เลยไม่ได้ล้อเล่นกับมี่ไฉ่ ผมลุกขึ้นไปค้นเสื้อโค้ทขนเป็ดตัวหนาจากกระเป๋าเดินทางมาสวมทับ แล้วก็นั่งลงที่ทางเดินหน้าห้อง ตั้งใจจะดันทุรังกับมี่ไฉ่ให้ถึงที่สุด ผมไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะมองดูผมนั่งอยู่ในทางเดินเย็น ๆ แบบนี้ทั้งคืนได้
ผมนั่งรออยู่เกือบชั่วโมงด้วยความอดทนอย่างยิ่ง แต่ก็เริ่มจะหมดหวังขึ้นเรื่อย ๆ ดูท่าว่าหญิงร้ายกาจอย่างมี่ไฉ่คงตั้งใจปล่อยให้ผมตายอยู่ที่ทางเดินหน้าห้องจริง ๆ
นึกถึงว่าเธอกำลังนอนสบายอยู่ในผ้าห่มอุ่น ๆ ส่วนผมต้องทนรับลมหนาวที่โชยมาจากทางเดิน ก็รู้สึกอัดอัดใจและจนปัญญายิ่งนัก ดูเหมือนผมกับผู้หญิงคนนี้จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขได้ยากเสียจริง วันนี้ผมเพิ่งกลับมาซูโจวแท้ ๆ เธอก็ไม่มีเหตุผลอะไรเลย ปิดประตูใส่หน้าผมดื้อ ๆ ผมคิดไม่ตกจริง ๆ ว่าเธอมีสิทธิ์อะไรมาทำกับผมแบบนี้
ระหว่างที่กำลังอัดอั้น ผมก็หาผ้าหนา ๆ อีกผืนมาห่อตัว อย่างน้อยก็อุ่นขึ้นมาหน่อย ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางทั้งวันก็เริ่มทำให้ผมง่วงนอน
ผมหัวพิงมุมกำแพงหลับไป ไม่รู้ว่านานเท่าไร ได้ยินเหมือนมีคนเขย่าตัว ผมลืมตาขึ้นมาอย่างพร่าเลือน ใบหน้าของมี่ไฉ่ก็ค่อย ๆ ปรากฎชัดขึ้นในสายตา
เธอถามผมด้วยความตกใจว่า "เธอไม่ได้กลับจริง ๆ เหรอ?"
