ระหว่างกินข้าว อารมณ์ของเยว่เหยาไม่ค่อยคงที่นัก ผมรู้ว่าก่อนจะได้รับคำตอบที่แน่ชัดจากผม เธอต้องหวาดหวั่นไม่เป็นสุข พูดกันตามตรงเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง และเธอกับเจี่ยนเวยกับหมีไช่ก็ต่างกัน เธอเป็นผู้หญิงที่พึ่งพาคนอื่นมาก ดูภายนอกเหมือนไม่แคร์อะไร แต่จริง ๆ แล้วขาดความมั่นคงปลอดภัยที่สุด
มื้อเย็นนี้สิ้นสุดลงท่ามกลางความเงียบงันของเราสองคน ผมจองห้องพักให้เยว่เหยาอีกห้องที่โรงแรมใกล้สถานีรถไฟ
ตอนจะจากกัน เยว่เหยาดึงแขนผมไว้แล้วถามว่า "เจาหยาง เมื่อไหร่คุณจะให้คำตอบฉัน"
"เร็ว ๆ นี้" ผมตอบสั้น ๆ เรื่องนี้ผมต้องรีบตัดสินใจเลือก เพราะเยว่เหยารอไม่ไหวแล้ว
เยว่เหยาปล่อยแขนผม พยักหน้าแล้วบอกว่า "งั้นฉันจะรอคุณที่ซวีโจวจนกว่าจะตัดสินใจ"
"อืม… คุณพักผ่อนเถอะ มีอะไรก็โทรหาผมนะ ผมไปก่อน" พูดจบผมก็เดินออกจากโรงแรมท่ามกลางสายตาที่เปี่ยมด้วยความคาดหวังของเยว่เหยา
……
ผมถือเบียร์นั่งอยู่บนม้านั่งริมถนนใต้เงาแสงไฟของเมือง มองรถราที่แล่นผ่านไปมาด้วยความสับสน สับสนที่มาจากการไม่มีทางเลือก หากผมลาออกจากงานไปซูโจวเพื่อช่วยเยว่เหยา ผมจะอธิบายกับหลี่เสี่ยวอวิ๋นอย่างไร หรือต่อให้อธิบายไปมันจะมีประโยชน์อะไร
ถ้าไม่ไปซูโจว ก็เท่ากับว่าผมจะมองดูเยว่เหยาตกเหวด้วยความสิ้นหวัง ผมทำไม่ได้ เพราะนึกถึงการที่เธอยอมทนถูกดาราสาวคนอื่นตบหน้าเพื่อโอกาสทำงานให้ผม หัวใจผมก็กระตุกเกร็ง ความเจ็บปวดนี้ทำให้ผมทุกข์ทรมาน มีแค่ตอบตกลงตามคำขอของเยว่เหยาเท่านั้นถึงจะหลุดพ้นจากความทุกข์นี้ได้
