ผมกับหมีไช่เดินสวนกับพ่อบอร์ด ผมถามว่า "พ่อบอร์ด มาทำไมไม่โทรบอกผมก่อนล่ะ อากาศตอนกลางคืนเย็นลงมากนะ นั่งอยู่แบบนี้มันหนาวแค่ไหนกันเชียว!"
"โทรแล้ว แต่ลูกปิดเครื่อง" คำตอบของพ่อบอร์ดก็ยังเรียบเฉยเช่นเคย ไม่มีแววอารมณ์ใด ๆ
พอพ่อบอร์ดพูด ผมถึงนึกได้ว่ามือถือถูกผมเขวี้ยงทิ้งลงแม่น้ำรอบเมืองตอนเมาได้ที่ ใจก็อดปวดร้าวขึ้นมาไม่ได้ ตัวเองหาเงินไม่ได้มากมาย แต่สิ่งที่ทำล้วนแต่เป็นเรื่องผลาญสตางค์ทั้งนั้น
หมีไช่ทักทายพ่อบอร์ด "สวัสดีค่ะ คุณลุง"
"หนูก็สวัสดีเหมือนกัน พวกเธอยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม ลุงซื้อกับข้าวมาจากซุปเปอร์ จะทำให้กิน" พ่อบอร์ดพูดพลางหยิบถุงพลาสติกใบหนึ่งจากด้านหลัง ข้างในมีปลาแล้วก็ผักบางอย่าง
"คุณลุง ข้าวต้มที่ลุงทำครั้งที่แล้วอร่อยมากเลยนะคะ กับข้าวที่ลุงทำก็ต้องอร่อยมากแน่ ๆ" หมีไช่ยิ้มให้พ่อบอร์ดด้วยรอยยิ้มแบบที่ต่อหน้าผมไม่เคยมีให้ นี่ทำให้ผมตระหนักว่า ผมมันคนไม่น่ามองจริง ๆ ไม่ใช่เพราะหมีไช่ถือตัวสูงส่ง
สำหรับคำชมของหมีไช่ พ่อบอร์ดแค่ยิ้ม จากนั้นก็ส่งสัญญาณให้พวกเราขึ้นตึก
ตอนขึ้นตึก หมีไช่เดินนำหน้า ผมกับพ่อบอร์ดตามอยู่ข้างหลัง ผมถามพ่อบอร์ดอย่างแปลกใจเล็กน้อย "พ่อบอร์ด ช่วงนี้พ่ออยู่ที่ซูโจวตลอด ยังไม่ได้กลับเลยเหรอ?"
"พ่อไปร่วมงานแสดงสินค้าที่กว่างโจวมาอีกงานนึง ขากลับเลยแวะซูโจว" คำตอบของพ่อบอร์ดก็ยังสั้นกะทัดรัดเช่นเคย
ผมนึกตามก็จริง อีกหน่อยจะเข้าหน้าหนาวแล้ว ช่วงนี้ในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่พ่อบอร์ดทำงาน เป็นจังหวะมียอดออเดอร์ฮีตเตอร์เยอะที่สุด เกือบทุกปีพ่อบอร์ดจะต้องเดินทางไปหลายที่เพื่อจัดซื้อวัตถุดิบ
กลับเข้ามาในห้อง พ่อบอร์ดตรงเข้าไปในครัวแล้วเริ่มลงมือทำอาหาร หมีไช่อยากจะเข้าครัวไปช่วยพ่อบอร์ด แต่ถูกพ่อบอร์ดปฏิเสธ จากนั้นก็กลับไปห้องของตัวเองไม่รู้ไปยุ่งอะไร ส่วนผมนั่งเหม่ออยู่ในห้องนั่งเล่น ในใจยังคงขมขื่นระลอกแล้วระลอกเล่า ผมรู้ดีว่าความขมขื่นนี้จะอยู่กับผมอีกนาน จนถึงวันที่ผมลืมเจี่ยนเวยไปจนหมดสิ้น
