หลังจากกินข้าวเที่ยงกับเยว่เหยาและถงจื่อเสร็จ ก็มาด้วยกันที่เคอะเส่อไร้ชื่อนั่น เจ้าของยังคงนั่งสูบบุหรี่อยู่หน้าเคาน์เตอร์ สีหน้าเขาดูเหงาเล็กน้อย เพราะกำลังจะบอกลาเคอะเส่อที่อยู่เป็นเพื่อนเขามา 5 ปีแห่งนี้
เยว่เหยายังคงสวมแว่นดำและหน้ากากยืนอยู่ข้างผม ส่วนถงจื่อยืนอยู่ด้านหลังพวกเรา ทำท่าหวาดกลัวจะโดนรัศมีดาราของเยว่เหยาทิ่มแทง
ผมมองสำรวจรอบๆ เคอะเส่อแห่งนี้ ในที่สุดก็พูดกับเขาว่า "เจ้าของร้าน ผมตัดสินใจจะเอาเคอะเส่อนี้แล้ว"
เขาพยักหน้า หยิบสัญญาโอนกิจการเคอะเส่อออกมาจากลิ้นชัก แล้วพูดกับผมว่า "ข้อสัญญาด้านบนนี่ ถ้าคุณเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไรก็เซ็นได้เลย"
ผมหยิบขึ้นมาดู ที่จริงแล้วมีข้อสัญญาไม่มากนัก เพียงระบุง่ายๆ ว่าผมต้องจ่ายค่าโอนให้เขาเป็นเงินก้อน 50,000 หยวน
คุยกับคนแบบนี้ไม่ต้องพูดมาก พอเข้าใจสัญญาชัดเจนแล้ว ผมก็เซ็นชื่อตัวเองลงบนสัญญาทันที
เขาให้สัญญาผมมาหนึ่งชุด เยว่เหยาที่อยู่ข้างหลังจ่ายค่าโอน 50,000 หยวนนั่นให้ ส่วนเขาก็จุดบุหรี่ให้ตัวเองอีกมวน ไม่แม้แต่จะมองเคอะเส่อนี้อีกสักแวบ ได้แต่เงียบๆ ลากกระเป๋าเดินทางออกมาจากใต้โต๊ะทำงาน แล้วเดินออกไปข้างนอก ทว่ากลับหยุดอยู่หน้ากีตาร์ตัวที่แขวนอยู่ตรงประตู
ผมเดินเข้าไปใกล้เขา แล้วพูดด้วยความหวังดีว่า "ถ้ากีตาร์ตัวนี้แบกอดีตของคุณไว้ คุณเอาไปได้นะ"
เขาส่ายหน้า "ไม่ต้องแล้ว บางทีสักวันหนึ่งเธอจะกลับมา กีตาร์ตัวนี้จะบอกเธอว่า ฉันเคยรออยู่ที่นี่"
