พนักงานนำเครื่องดื่มและเบียร์มาให้พวกเรา เราสี่คนนั่งดื่มพลางพูดคุยฆ่าเวลาไปพลาง รอให้คนอื่น ๆ มาถึง
ฉันถามหลัวเปิ่นว่า “ช่วงนี้อยู่ปักกิ่งเป็นไงบ้าง”
เขาพ่นควันบุหรี่ออกมาหนาหนัก พลางตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้าว่า “ยุ่งน่ะสิ”
หลัวเปิ่นเป็นคนปักกิ่งแท้ ๆ เด็กตรอกซอยคนหนึ่ง การจะทำให้เขายุ่งจนเสียคำพูดขนาดนี้ คงไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่
ซีซีหันไปถามเยว่เหยาว่า “ดาราใหญ่เย่า เธอล่ะ ก็ยุ่งไม่แพ้กันสินะ ฉันเห็นเธอออกรายการโปรโมตละครใหม่กับผู้กำกับทางทีวีหลายครั้งเลยนะ”
เยว่เหยาพยักหน้าแล้วตอบว่า “ใช่แล้วล่ะ อีกสองวันก็มีรายการสัมภาษณ์ให้อัดเทปอีก คงอยู่ซูโจวได้ไม่กี่วันหรอก ปีนี้คงไม่มีเวลาว่างแล้ว หลังปีใหม่ก็ต้องเข้ากองถ่ายละครเรื่องที่สองแล้ว”
ซีซีเอ่ยอย่างรู้สึกทึ่ง “รอละครเรื่องแรกของเธอฉายทั่วประเทศเมื่อไหร่ ฉายาดาราใหญ่เย่าของเธอก็สมกับเป็นจริงเสียที”
เยว่เหยาเพียงยิ้มแล้วยกเบียร์ขึ้นจิบ จากนั้นก็เงียบไป ความเงียบนี้ยิ่งตอกย้ำความเปลี่ยนแปลงของเธอให้ชัดเจนขึ้น
สักพัก ฝางหยวน เจี่ยนเวย และเหยียนเหยียนก็มาถึงบาร์ แล้วทักทายพวกเรา ในกลุ่มคนที่มานี้ นอกจากเจี่ยนเวยกับเยว่เหยาที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก คนอื่น ๆ ต่างก็รู้จักกันดีอยู่แล้ว ทั้งสองจึงต่างมองสำรวจกันและกัน
สุดท้ายซีซีก็แนะนำทั้งสองให้รู้จักกัน โดยแนะนำในฐานะเพื่อนของเธอ ไม่ได้เกี่ยวโยงถึงฉันเลย
เยว่เหยายิ้มให้เจี่ยนเวยแล้วพูดว่า “ที่แท้คุณก็คือเจี่ยนเวยนี่เอง ฉันได้ยินชื่อคุณมาเกือบสองปีแล้ว”
เจี่ยนเวยหันมามองฉันทันที แล้วถามเยว่เหยาว่า “หมายความว่ายังไง”
“พูดให้ตรงก็คือ เจาหยางคิดถึงคุณมาตลอดสองปี... คุณสวยมาก” เยว่เหยาตอบตามตรง
