คืนนั้นฉันนอนหลับไม่สนิท จิตวิญญาณที่อ่อนล้าดิ้นรนอยู่ในห้วงฝันสีเทาจนกระทั่งแสงแดดยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างมาสู่ใบหน้า ฉันถึงตื่นขึ้นอย่างหมดเรี่ยวแรง
ฉันนั่งเหม่อบนเตียงนานแสนนาน พลันนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ฉันไม่ต้องไปบริษัทแล้ว จึงเอนตัวลงนอนอีกครั้ง ไม่อยากลุกจากเตียง และไม่ปรารถนาจะหลับอีกเช่นกัน
เกือบเที่ยงวันฉันจึงลุกจากที่นอน ล้างหน้าล้างตาง่ายๆ แล้วเปิดเว็บไซต์ 58 ทงเฉิง ขึ้นมาทันที จากนั้นก็ลงประกาศให้เช่าห้องไป ฉันตั้งใจว่าจะปล่อยเช่าช่วงห้องนี้ก่อน แล้วคืนเงินที่ติดค้างหมีไช่อยู่ สุดท้ายก็จากซูโจวไป
หลังจากลงประกาศให้เช่าห้องเสร็จ ฉันลงไปกินก๋วยเตี๋ยวน้ำที่ร้านอาหารเล็กๆ ใต้ตึก นับเป็นมือเช้าและมื้อกลางวันในคราวเดียว จากนั้นชีวิตก็จมสู่ความไร้รสชาติ
ฉันนั่งนิ่งอยู่ในห้องปิดทึบนานเหลือเกิน ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว จึงคว้ากีตาร์ ออกจากห้องที่เหมือนกรงขัง มายังริมแม่น้ำรอบเมืองอีกครั้ง ฉันอยากจะร้องเพลงสักสองสามเพลงให้กับท้องฟ้าสีคราม เมฆสีขาว และสายน้ำสีมรกต ปลอบประโลมจิตวิญญาณที่อ่อนล้า แล้วจึงค่อยๆ รอเวลาโพล้เพล้
ฉันร้องเพลงไปทีละเพลง ร้องจนบางคราวก็ห่อเหี่ยวใจ บางคราวก็เบิกบานสุดหัวใจ สุดท้ายก็วางกีตาร์ไว้ด้านข้าง นอนหงายอยู่บนสนามหญ้า จ้องมองแสงแดดที่ส่องเฉียงมาอีกครั้ง มองดูท้องฟ้าที่มีเมฆขาวลอยผ่านอย่างเลื่อนลอย
ฉันคิดไปเองอย่างซื่อๆ ว่าเมืองบนฟากฟ้านั้นคงซ่อนอยู่หลังเมฆสีขาว จึงแหงนมอง รอคอย แต่จนแสงแดดเริ่มอ่อนโยน จนสายลมยามพลบค่ำพัดมา ฉันก็ยังไม่เห็นเมืองที่พร่างพราวใสดั่งแก้วเจียระไนนั้น ยิ่งรู้สึกสูญเสีย ความสูญเสียนี้ห่อหุ้มด้วยความหนักหน่วงของความเป็นจริงและความพังทลายของความฝัน จึงเจ็บแล้วเจ็บอีก!
