วันรุ่งขึ้น ผมตื่นแต่เช้า รีบทานอาหารเช้าแล้วออกไปติดต่อบริษัทตกแต่งหลายแห่ง นำแผนการตกแต่งที่ทำไว้ไปเสนอและเปรียบเทียบ
ตกบ่าย ผมเดินสายไปบริษัทใหญ่ ๆ ในเมืองนี้รวมแปดแห่ง หลังจากแจ้งว่าต้องการเร่งงาน ทุกแห่งรับปากจะรีบทำใบเสนอราคางานตกแต่งให้ภายในสองวัน เมื่อได้ใบเสนอราคามาก็ต้องคัดเลือกอีกครั้ง แต่กว่าจะเริ่มลงมือตกแต่งจริงคงอีก 5 วัน ส่วนที่ผมเคยคิดว่าจะเริ่มงานได้ภายใน 3 วันนั้นมองโลกในแง่ดีเกินไป สะท้อนว่าผมขาดประสบการณ์ ไม่ว่าจะเริ่มกิจการหรือบริหารงาน ก็ไม่ควรคาดการณ์ในแง่ดีเกินเหตุ เพราะมีปัจจัยที่คาดเดาและควบคุมไม่ได้มากมาย
เสร็จจากเจรจากับบริษัทตกแต่ง ยังไม่ถึงห้าโมงเย็น ผมนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนหมีไช่บอกให้ทำอาหารกลางวันให้แต่ผมปฏิเสธไป ตอนนี้ยังมีเวลาพอ ผมเลยตั้งใจจะทำอาหารเย็นให้เธอแทน
ผมโทรหาหมีไช่ทันที เธอรับสายช้ามาก น้ำเสียงยังฟังดูเร่งรีบ “ว่าไง มีอะไร”
ปกติหมีไช่ตอบแบบนี้แปลว่ากำลังยุ่งเรื่องงาน แต่วันนี้เป็นวันเสาร์ไม่ใช่เหรอ ผมถามด้วยความสงสัย “คุณอยู่บริษัทเหรอ”
“อืม มีธุระอะไรหรือเปล่า” หมีไช่ตอบรับ ไม่ยอมบอกเหตุผลที่อยู่ออฟฟิศในวันหยุด
ผมเดาว่าหมีไช่คงไม่มีเวลามานั่งทานข้าวเย็นแน่ เลยพูดว่า “ไม่มีอะไรนี่ แค่โทรแกล้งหยอกเล่น!”
