ในจังหวะที่ฉันกำลังจะเร่งเร้าเยว่เหยา ในที่สุดหล่อนก็พูดกับฉันว่า "เมื่อนายให้ฉันเดา ถ้าอย่างนั้นก็ต้องมีแฟนแล้วสินะ!"
"ดูเหมือนว่า 'เพชรบำรุงสมอง' ที่เตรียมไว้ให้เธอคงไม่ได้ใช้แล้วล่ะ เธอตอบถูก"
เยว่เหยาไม่สนใจคำหยอกล้อของฉัน ผ่านไปนานทีเดียวถึงพูดว่า "เร็วดีนี่ นายกลับไปซวีโจวเองก็เพิ่งไม่นาน"
ฉันอดรู้สึกทึ่งไม่ได้ จึงกล่าวว่า "ใช่แล้ว ฉันเองก็ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ คงเป็นเพราะการดูตัวที่ครอบครัวจัดการให้ จุดประสงค์มันชัดเจนมาก ก็เลยเร็วหน่อย"
"ฮ่าๆ ไอ้หนุ่มเจาหยางที่เคยวุ่นวายอยู่แต่ในสถานบันเทิงยามค่ำคืนน่ะ จะไปดูตัวด้วยเหรอ?"
คำพูดของเยว่เหยาทำให้ในใจฉันเต็มไปด้วยรสชาติที่บอกไม่ถูก ผ่านไปนานทีเดียวถึงพูดว่า "คนเราพอถูกบีบคั้นถึงจุดหนึ่งก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ ตอนนี้ เมื่อหวนกลับไปนึกถึงชีวิตที่เคยเป็นมา กลับรู้สึกว่ามันเลวร้ายจนดูไม่ได้ เพราะงั้นฉันถึงชอบตัวเองที่เปลี่ยนไปหลังจากถูกบีบคั้น และชีวิตในตอนนี้มาก"
"แล้วนายรักหล่อนไหม?"
ฉันชะงักไปชั่วขณะ อยู่ๆก็นึกขึ้นได้ว่าตอนที่คุยโทรศัพท์กับหมีไช่เมื่อวาน หล่อนก็ถามฉันด้วยคำถามนี้แหละ ฉันจึงพยายามสุดชีวิตว่าจะตอบหมีไช่ไปว่าอะไรตอนนั้น แต่กลับนึกไม่ออกแล้ว
จึงพูดว่า "ก็รักล่ะมั้ง หล่อนให้ความรู้สึกที่สบายใจกับฉันมาก ฉันอยากใช้ชีวิตร่วมกับหล่อน"
"อืม ฉันเข้าใจตลอดว่านายต้องการชีวิตแบบไหน ในฐานะเพื่อน ฉันยินดีกับนายด้วย"
"ขอบใจนะ"
"ไม่ต้องเกรงใจหรอก"
พอเยว่เหยาพูดจบก็วางสายไป ฉันตามไม่ทัน ชั่วพริบตานั้นเหม่อลอยไปเล็กน้อย ผ่านไปนานถึงค่อยวางสาย
