ฉันใช้มือข้างหนึ่งดันไหล่เยว่เหยาไว้ไม่ให้เธอเข้าใกล้ ส่วนมืออีกข้างก็ล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงแล้วเปิดวีแชท
“ช่วงนี้เหงาบ้างไหม”
ฉันคิดในใจ: ก่อนหน้านี้ส่งข้อความไปหาเธอ เธอไม่ตอบ งั้นฉันก็จะตอบทีหลังแล้วกัน เพราะยังมีเยว่เหยาอยู่ข้าง ๆ ถ้าไม่สนใจเธอก็คงไม่ดี คิดได้ดังนั้นก็เก็บโทรศัพท์กลับเข้ากระเป๋า
ตอนนี้เยว่เหยาไม่อยากเล่นสนุกกับฉันอีกแล้ว เธอหยิบทิชชู่เปียกออกมาจากกระเป๋าถือแล้วพูดกับฉันว่า “เอามือมานี่”
“ฉันเช็ดเองก็ได้”
แต่เยว่เหยาไม่สนใจคำปฏิเสธของฉัน เธอดึงมือฉันไปแล้วใช้ทิชชู่เปียกเช็ดคราบมันบนมือออก เสร็จแล้วก็หยิบทิชชู่เปียกอีกแผ่นออกมาเช็ดมือตัวเอง
เธอโยนทิชชู่ที่ใช้แล้วลงถังขยะ จากนั้นก็คล้องแขนฉันอย่างสนิทสนม
คราวนี้ฉันไม่ได้สะบัดเธอออก แต่ถามอย่างสงสัยว่า “ฉันจำได้ว่าคราวก่อนที่เธอกลับมา เธอยังรักษาระยะห่างจากฉันเลย แล้วทำไมตอนนี้ถึงมาแนบชิดอีกล่ะ”
“วันนั้นมีหลัวเปิ่นกับซีซีอยู่”
“เธอเลยต้องวางมาดงั้นเหรอ”
เยว่เหยาพยักหน้า “ฉันจะถอดหน้ากากออกก็ต่อเมื่ออยู่กับเธอตามลำพังเท่านั้น หรือเธอไม่อยากเห็นตัวตนที่แท้จริงที่สุดของฉัน”
“ซีซีกับหลัวเปิ่นก็ไม่ใช่คนนอก ไม่เห็นต้องขนาดนั้นเลย”
“ต้อง” เยว่เหยาขมวดคิ้ว น้ำเสียงหนักแน่น
ฉันจ้องเธออยู่นาน ไม่อยากจะจริงจังกับเธอด้วย จึงเปลี่ยนเรื่องถามว่า “เธอจองโรงแรมไว้หรือยัง”
“อย่าเพิ่งสนใจเรื่องโรงแรมเลย อยู่กับฉันอีกสักพักเถอะ”
“ก็ได้ แต่ว่าเราจะเดินวนไปมาในถนนแบบนี้ก็ไม่ได้นี่นา”
เยว่เหยาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เราไปดูรถไฟกันเถอะ…”
