พร้อมเสียงกระดูกหักดังกร๊อบ หน้าอกของโจวปินก็ยุบลงไปทั้งแถบ
เขาเจ็บจนใบหน้าบิดเบี้ยว แต่ก็รู้ดีว่าคราวนี้คงหนีความตายไม่พ้นแล้ว
“หยานจิ่ว นายมันคนบ้าชัด ๆ”
โจวปินเบิกตากว้างอย่างไม่ยอมแพ้ แววตาเปี่ยมไปด้วยความเกลียดชัง
แต่ในจังหวะที่เขาคิดว่าตัวเองกำลังจะตาย...
“เดี๋ยวก่อน”
จู่ ๆ เหมิงซีถังก็ห้ามหยานจิ่วไว้
เส้นผมเปียกชื้นแนบอยู่กับใบหน้างดงามประณีต แค่มองใบหน้าที่ดูไร้พิษภัยของเธอ ก็ชวนให้คิดว่าเธอคงใจอ่อน
โจวปินเห็นความหวังที่จะมีชีวิตรอดริบหรี่ขึ้นมา เขาฝืนทนความเจ็บปวดแล้วพูดว่า “คุณหนูใหญ่ ได้โปรดไว้ชีวิตผมด้วย ตอนนี้โลกภายนอกกำลังวุ่นวาย แค่หยานจิ่วคนเดียวคงปกป้องความปลอดภัยของคุณได้ไม่พอ ขอคุณหนูใหญ่ให้โอกาสผมอีกครั้งเถอะครับ ผมสาบานต่อฟ้าเลยว่าจะไม่กล้าทรยศคุณหนูใหญ่อีกเด็ดขาด”
เขายื่นมือเปื้อนเลือดออกไปแตะปลายรองเท้าของเหมิงซีถัง
ในความคิดของเขา หากเหมิงซีถังฉลาดพอ ก็ควรไว้ชีวิตเขา
อย่างไรเสียเขาก็เป็นหัวหน้าทีมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคฤหาสน์ ฝีมือของเขาไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะเทียบได้
การเก็บเขาไว้ เท่ากับเหมิงซีถังมีหลักประกันความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน
หยานจิ่วไม่พูดอะไร ดวงตาคู่นั้นที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นจับจ้องเหมิงซีถัง
เขารู้จักคุณหนูใหญ่คนนี้ดี เธอไม่ใช่คนมีเมตตาและใจกว้าง ที่ห้ามเขาไว้คงเพราะนึกวิธีทรมานคนที่ดีกว่าออกแล้ว
เหมิงซีถังเล่นมีดสั้นในมือ ใบมีดคมกริบหมุนพลิ้วไหวอยู่ระหว่างปลายนิ้ว อัญมณีที่ฝังอยู่บนนั้นเปล่งประกายระยิบระยับ
สายตาของหยานจิ่วเลื่อนไปหยุดอยู่ที่ปลายนิ้วของเธอ เขาอดมองเพิ่มอีกครั้งไม่ได้
