หนิงเฉินมองตันไทชิงเยว่ แล้วเอ่ยว่า “อย่างไร ยังอยากเจรจาประนีประนอมต่อหรือ? เมื่อครู่เปิ่นหวังพูดไม่ชัดเจนหรือไร?”
ตันไทชิงเยว่ส่ายหน้า ยิ้มขื่น “ก่อนมาข้าก็บอกแล้วว่า การเจรจาประนีประนอมครั้งนี้ไม่มีทางสำเร็จ”
หนิงเฉินกล่าวเสียงขรึม “แต่เจ้าก็ยังมา”
ตันไทชิงเยว่กล่าวว่า “ที่ข้ามา ก็เพื่อราษฎรซีเหลียงเท่านั้น
หนิงเฉิน ผู้ตัดสินใจคือราชวงศ์ซีเหลียง พวกเขาก่อความผิดพลาดใหญ่หลวง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับราษฎร...ข้าขอร้องให้เจ้ามีเมตตา โปรดเหลือทางรอดให้ราษฎรซีเหลียงด้วย”
หนิงเฉินหรี่ตามองนาง “เจ้ามีสิ่งใดมาคิดว่าเปิ่นหวังจะรับปากเจ้า?”
ตันไทชิงเยว่ถอนใจ “ข้าย่อมไม่อาจบงการการตัดสินใจของเจ้าได้...แต่ตราบใดที่ยังมีความหวังแม้เพียงริบหรี่ ข้าก็จะพยายามเต็มที่ เพื่อหาทางรอดให้ราษฎรซีเหลียง”
หนิงเฉินมองนาง “ดูท่าช่วงที่อยู่ซีเหลียง เจ้าคงใช้ชีวิตไม่ค่อยดีนักสินะ?”
ตันไทชิงเยว่เอ่ยเสียงเบา “ที่จริงข้าคิดถึงวันเวลาที่ได้อยู่ข้างกายเจ้าเหลือเกิน”
หนิงเฉินยิ้ม “เจ้าคิดถึงวันเวลาเหล่านั้น หรือคิดถึงข้ากันแน่?”
ตันไทชิงเยว่ส่ายหน้า “ไม่รู้สิ! บางทีอาจจะทั้งสองอย่าง ข้าเองก็ไม่แน่ใจ
เจ้าพูดถูก นอกจากพรสวรรค์ด้านวรยุทธ์แล้ว ด้านอื่นข้าล้วนเชื่องช้า...จนถึงบัดนี้ ข้าก็ยังเรียนรู้ที่จะรักใครสักคนอย่างจริงใจไม่ได้
แต่ข้ารู้ว่าตอนนี้ตนเองควรทำสิ่งใด”
หนิงเฉินส่งเสียงอ้อ แล้วถามว่า “เจ้าคิดว่าตอนนี้ตนเองควรทำสิ่งใด?”
ตันไทชิงเยว่จ้องหนิงเฉิน สีหน้าเคร่งขรึมขึ้น “ซีเหลียงจะปล่อยให้คนโง่กุมอำนาจต่อไปไม่ได้ หากปล่อยไว้เช่นนี้ ซีเหลียงต้องล่มสลายในวันหน้า
