หนิงเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย เอ่ยว่า “เกี่ยวข้องกับข้างั้นรึ”
เซียวเยี้ยนซีพยักหน้า
“เช่นไรเล่า”
เซียวเยี้ยนซีครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวว่า “เช่น นางสนใจเรื่องของท่านยิ่งนัก ทั้งบทกวีที่ท่านแต่ง และเรื่องเล็กน้อยในชีวิตของท่าน นางก็ล้วนอยากรู้อยากเห็น
คราวนี้ที่ท่านถูกลอบโจมตี นางกระวนกระวายใจยิ่ง ถามไม่หยุดว่าอาการของท่านเป็นอย่างไรบ้าง
หนิงหลง ท่านว่าองค์หญิงเชียงกุนหลัวจะมีใจให้ท่านหรือไม่...”
หนิงเฉินโบกมือ “สามีของเจ้าผู้นี้พอมีเสน่ห์อยู่บ้างก็จริง แต่ยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอก
นางพยายามทำความรู้จักข้า คงอยากหาจุดอ่อนของข้าเพื่อเอาไปใช้ประโยชน์...ไม่ก็สังหารข้า ไม่ก็หาทางหนีไป
เอาเถิด อย่าเพิ่งสนใจนาง เจ้ารีบไปส่งจดหมายก่อน...อ้อ ส่งคนไปแจ้งหยวนหลงกับเหลยอาน ให้พวกเขามาพบข้า”
เซียวเยี้ยนซีขานรับเบา ๆ แล้วเดินจากไปอย่างแผ่วเบา
หนิงเฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงใช้ดาบพยุงกายเดินออกจากห้อง มุ่งหน้าไปยังเรือนฝั่งตะวันตก
เหล่าสตรีในบ้านล้วนพักอยู่ทางฝั่งตะวันตก
เซียวเยี้ยนซีกับองค์หญิงเชียงกุนหลัวพักอยู่ในเรือนเดียวกัน เพื่อความสะดวกในการคุมตัว
เมื่อบ่าวไพร่เห็นหนิงเฉิน ก็เตรียมจะคุกเข่าคารวะ แต่เขาโบกมือห้ามไว้
เขาใช้ดาบพยุงกาย เดินช้า ๆ ไปถึงหน้าห้องขององค์หญิงเชียงกุนหลัว แล้วก้าวเข้าไปโดยตรง
ภายในห้อง องค์หญิงเชียงกุนหลัวกำลังถือพู่กัน ก้มหน้าเขียนบางสิ่งอย่างตั้งใจ
ทันใดนั้นนางรู้สึกว่าแสงในห้องมืดลงเล็กน้อย จึงเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ พลันตกใจสุดขีดเมื่อเห็นหนิงเฉินปรากฏตัวอยู่หน้าโต๊ะ แล้วเอ่ยออกมาโดยไม่ทันคิดว่า “ท่านอ๋องทรงทราบหรือไม่ว่า คนเราทำให้ผู้อื่นตกใจจนตายได้”
