มู่หยวนซินกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ผู้...ผู้บงการข้า ชื่อ...เยว่ฉางหมิง”
หนิงเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่รู้จักคนผู้นี้เลย...หรือบางทีอาจเคยรู้จัก เพียงแต่ลืมไปแล้ว
ดังนั้นเขาจึงหันไปมองเซียวเยี้ยนซีโดยไม่รู้ตัว
เซียวเยี้ยนซีส่ายหน้า เป็นสัญญาณว่านางเองก็ไม่รู้จักคนผู้นี้เช่นกัน
หนิงเฉินมองประมุขเผ่าสูงวัยกับคนอื่น ๆ “พวกเจ้ารู้จักคนที่เขาพูดถึงหรือไม่”
ประมุขเผ่าสูงวัยกับคนอื่น ๆ ต่างส่ายหน้าพร้อมกัน
หนิงเฉินหรี่ตามองมู่หยวนซิน เฒ่าผู้นี้คงไม่ได้กำลังหลอกเขาหรอกกระมัง
“มู่หยวนซิน เยว่ฉางหมิงที่เจ้าพูดถึงเป็นคนเช่นไร”
มู่หยวนซินกล่าวอย่างสั่นเทาว่า “เขา...เขาเป็นพ่อค้า...มักเดินทางไปมาระหว่างแคว้นอู่กับปราการเสวียนอู่ ทำการค้าผ้า”
หนิงเฉินรู้สึกว่าพ่อค้าผ้าผู้นี้ฟังดูคุ้นหูอยู่บ้าง แต่ชั่วขณะหนึ่งกลับนึกไม่ออก
เซียวเยี้ยนซีมีแววครุ่นคิด นางเองก็นึกขึ้นได้เช่นกัน จึงลดเสียงกล่าวกับหนิงเฉินว่า “เจ้ายังจำเรื่องที่ให้แม่ทัพพานไปสืบซ่งเสี่ยวซวงได้หรือไม่”
หนิงเฉินพยักหน้า เซียวเยี้ยนซีเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ให้เขาฟังอย่างละเอียด เขาจึงจำซ่งเสี่ยวซวงผู้นี้ได้
เซียวเยี้ยนซีกล่าวว่า “ซ่งเสี่ยวซวงผู้นั้นก็ทำการค้าผ้า เดินทางไปมาระหว่างแคว้นอู่กับปราการเสวียนอู่...บางทีซ่งเสี่ยวซวงอาจเป็นเยว่ฉางหมิงก็ได้”
“ใช่หรือไม่ ถามดูก็รู้แล้ว” หนิงเฉินหันไปมองมู่หยวนซินแล้วถามว่า “เยว่ฉางหมิงที่เจ้าพูดถึงเป็นชายหรือหญิง สูงต่ำอ้วนผอมอย่างไร หน้าตาเป็นเช่นไร”
มู่หยวนซินกล่าวอย่างสั่นเทาว่า “ข้าเคยพบเขาครั้งหนึ่ง อายุราวสามสิบปี ใบหน้างามดุจหยกประดับมงกุฎ เป็นบุรุษรูปงามที่หาได้ยากยิ่ง”
