เมื่อได้ยินคังหลัวบอกว่าจะถอนทัพ จางเทียนหลุนก็เริ่มร้อนใจขึ้นมา
หนิงเฉินเพิ่งตีพระนครหนานเยว่แตก หากกลับไปยังต้าเสวียน คนต่อไปที่เขาจะจัดการก็คือตน
หากกองทัพหนานเยว่ถอนกำลังไป เขาย่อมไม่ใช่คู่มือของหนิงเฉิน
เขารู้ดีว่าคังหลัวมีความสามารถในการนำทัพเพียงใด ผู้ที่ต่อกรกับหนิงเฉินได้ ย่อมไม่ต้องสงสัยในความสามารถ
เมื่อคังหลัวอยู่ที่เซียงโจว กองทัพสองแสนแปดหมื่นนายของเขากับคังหลัวก็ใช่ว่าจะไม่มีความสามารถรบกับหนิงเฉิน
แต่หากคังหลัวไม่อยู่ เขาไม่คิดว่าตนจะต้านทานม้ารบของหนิงเฉินได้
แม้ตอนนี้เขาจะยึดเสบียงของกองทัพหนานเยว่ไว้ ทำให้พวกนั้นกลับหนานเยว่ได้ยาก...แต่ก็ไม่แน่ หากคังหลัวคิดตายทั้งเป็นทั้งคู่ขึ้นมาจริง ๆ เรื่องคงจบไม่สวย
จางเทียนหลุนข่มความโกรธของตนไว้ ก่อนเอ่ยว่า “พระนครหนานเยว่เสียแก่ศัตรู เรารู้ว่าเจ้าคงทุกข์ใจ เราจึงไม่ถือสาเจ้า แต่ครั้งนี้ต้องไม่มีครั้งหน้า
องค์รัชทายาทหนานเยว่ ในเมื่อเรื่องเกิดขึ้นแล้ว ต่อให้เจ้าคุมทัพกลับหนานเยว่ตอนนี้ก็ไม่ช่วยอะไร หนิงเฉินถอนทัพไปนานแล้ว
หนิงเฉินตีพระนครหนานเยว่ของเจ้าแตก เมื่อกลับถึงต้าเสวียน คนต่อไปที่เขาจะยกทัพมาโจมตีก็คือเรา...เจ้าอยู่ที่เซียงโจวต่อไปดีกว่า เราร่วมมือกันต้านศัตรู เราจะช่วยเจ้าล้างแค้นให้สาสม”
สีหน้าของคังหลัวดูย่ำแย่เหลือเกิน
เขาจำเป็นต้องกลับไป
บัดนี้พระนครหนานเยว่ถูกตีแตก บิดาของเขาถูกบีบให้หนีออกจากเมือง เป็นไปได้ยากที่บรรดาท่านลุงท่านอา พี่น้องของเขาจะไม่คิดทรยศและฉวยโอกาสแย่งชิงอำนาจ
เขาต้องรีบกลับไปควบคุมสถานการณ์ในราชธานี เมืองฉีมู่ และเมืองปี้ลั่วให้มั่นคง
ด้วยเหตุนี้ เขาจะสามารถเพิ่มบารมีและครองใจราษฎร...ทั้งยังทำให้ตำแหน่งรัชทายาทหลวงมั่นคง
