คังเป่าเป่าขมวดคิ้วแน่น “เช่นนี้ก็ยุ่งยากแล้ว คิดจะแย่งของจากมือหนิงเฉิน ยากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์เสียอีก
“คราวนั้นข้าไม่ควรยิงปืนนัดนั้นใส่หัวเขาเลย ควรยิงให้เขาพิการ จะได้ข้ามมิติไม่ได้อีก
“เขาช่างเป็นตัวซวยที่เกิดมาเพื่อเล่นงานพวกเราจริง ๆ ชาติก่อนทำให้พวกเราเสียเงินไปหลายร้อยล้าน ชาตินี้ยังบีบคั้นพวกเราจนตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้อีก
“เจ้าว่า หากเจ้ายอมเป็นองค์ชายรองดี ๆ แล้วตอนนี้หนิงเฉินจะมีชื่อเสียงโด่งดังได้อย่างไร?”
เย่ซิงเจวี่ยถึงกับพูดไม่ออกไปทั้งตัว
“เจ้าคิดว่าการอยู่ในพระราชวังเป็นเรื่องง่ายหรือ? เจ้าไม่รู้หรอกว่าทุกย่างก้าวล้วนมีอันตราย ทุกย่างก้าวล้วนมีเล่ห์เหลี่ยม รอบกายมีแต่การหลอกลวงกัน... หากข้าไม่ระมัดระวังตัวราวกับเดินบนน้ำแข็งบาง ๆ ข้าคงตายไปหมื่นครั้งแล้ว
“คราวนั้น หากข้าไม่เฉลียวใจ เอาไหสุรานั่นมอบให้ขันทีที่อยู่ข้างกาย ตอนนี้คนที่ตายก็คงเป็นข้า
“ราชวงศ์น่ะหรือ เป็นสถานที่กินคนไม่คายกระดูก น่ากลัวยิ่งกว่านรกภูติผีเสียอีก
“ส่วนเรื่องชื่อเสียงโด่งดัง ข้าไม่กล้าคิดหรอก... ข้าไม่ใช่คนจากแดนฮั่วเซี่ย จะเอาบทกวีบทประพันธ์ไปเทียบกับหนิงเฉินได้อย่างไร? บทกวีสองสามบทที่ข้าจำได้ก็ยังเรียนมาจากเด็กในหมู่บ้านชายแดน... แต่เพราะบทกวีห่วย ๆ สองสามบทนี้แท้ ๆ เกือบทำให้ข้าตายเสียแล้ว
“ฮ่องเต้เสวียนเพียงมองข้าด้วยสายตาชื่นชม ข้าก็กลายเป็นเสี้ยนหนามในสายตาเหล่าราชนิกุล กลายเป็นเป้าหมายของทุกคนทันที... ถ้าข้าไม่หนี ป่านนี้หญ้าบนหลุมศพข้าคงสูงสองเมตรแล้ว”
คังเป่าเป่าเงียบไป
นางเองก็เป็นคนในราชวงศ์หนานเยว่ แม้จะเป็นเพียงองค์หญิง แต่ก็รู้ซึ้งถึงความน่ากลัวภายในราชวงศ์
