เหอเย่รีบกล่าวว่า “ช่วงนี้อากาศแห้ง ฝ่าบาทจึงทรงระคายพระศอ ยาอมนี้เป็นสิ่งที่หม่อมน้อยจื่อซูตั้งใจทำถวายฝ่าบาทโดยเฉพาะ”
หลินเหวินยกถาดขึ้นพินิจอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นหยิบยาอมเม็ดหนึ่งขึ้นมาดม คิ้วพลันขมวดมุ่น
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวว่า “ฝ่าบาททรงถูกพิษ ในยาอมนี้มีชวนอูดิบ
ชวนอูดิบใช้เป็นยาได้ แต่ต้องควบคุมปริมาณอย่างเคร่งครัด ใช้ได้ถูกต้องก็เป็นยา ใช้ไม่ถูกก็เป็นพิษ”
ผู้คนในที่นั้นต่างสีหน้าแปรเปลี่ยนไปพร้อมกัน ในใจตื่นตระหนกยิ่งนัก... ยาอมนี้เป็นของที่จื่อซูถวายแด่ฝ่าบาท
หากกล่าวว่าจื่อซูคิดปองร้ายฝ่าบาท ทุกคนล้วนไม่เชื่อ
แต่เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงความปลอดภัยของฝ่าบาท ไม่มีใครกล้าประมาท
ที่สำคัญ จื่อซูเป็นศิษย์เอกของเซียนยาชางหลู่ วิชาแพทย์ล้ำเลิศ แม้การทำยาอมจะต้องใช้ชวนอูดิบ ก็ไม่ควรมีพิษหลงเหลือ จื่อซูจะทำผิดพลาดขั้นพื้นฐานเช่นนี้ได้อย่างไร
เว้นเสียแต่ว่า...นางจงใจ
แต่จื่อซูมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับฝ่าบาท เหตุใดจึงคิดปองร้ายฝ่าบาท
เหอเย่มีสีหน้ากังวล “ท่านอธิบดี มีวิธีถอนพิษหรือไม่”
หลินเหวินพยักหน้า “กระหม่อมจะฝังเข็มถวายฝ่าบาทก่อน แล้วค่อยเขียนตำรับยา ไม่เกินเจ็ดวัน ฝ่าบาทก็จะทรงหายดี”
เหอเย่พลันโล่งใจ
ฮ่องเต้นางยังไม่ได้สติ ยามนี้ไม่เหมาะจะเคลื่อนย้าย เหอเย่จึงส่งคนไปยกเตียงมา
หลินเหวินฝังเข็มถอนพิษให้ฮ่องเต้นางภายในศาลาเย็นโดยตรง
เหอเย่มองเนี่ยเหลียงแล้วกล่าวว่า “ผู้บัญชาการเนี่ย เรื่องนี้พัวพันถึงหม่อมน้อยแล้ว จะทำอย่างไรดี”
เนี่ยเหลียงขมวดคิ้ว สีหน้ากลัดกลุ้ม ก่อนส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “หากจะให้ข้าเชื่อว่าหม่อมน้อยคิดปองร้ายฝ่าบาท ข้าไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด”
เหอเย่กล่าวเสียงเคร่งขรึม “เจ้าและข้าจะเชื่อหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ... ฝ่าบาททรงเป็นประมุขแห่งแผ่นดิน พระวรกายสูงส่งล้ำค่า บัดนี้ทรงถูกพิษจนหมดสติ เบาะแสชี้ไปที่หม่อมน้อย เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าและข้าจะเข้าไปยุ่งได้อีกแล้ว
