[0] ยามหนิงเฉินรุดมาถึง ก็เห็นหลิวไป๋อีกำลังไถลลงจากหลังคาพอดี
[1] เขาตกใจยิ่งนัก ฝืนทนความเจ็บปวดทั่วร่าง แล้วกระทืบเท้าลงพื้นอย่างแรง ความเร็วพลันเพิ่มขึ้น พุ่งถลันเข้าหาหลิวไป๋อีเพื่อช่วยคน
[2] หากปล่อยไว้เช่นนี้ หลิวไป๋อีร่วงจากหลังคาลงไป ศีรษะคงหดเข้าไปอยู่ในอกเป็นแน่
[3] ระหว่างช่วยคน หนิงเฉินยังไม่ลืมยกปืนขึ้นยิง
[4] เสียงปังดังขึ้น แต่ยิงพลาด!
[5] เนื่องจากหลังคาเป็นทรงจั่ว เมื่อคังเป่าเป่าเห็นหนิงเฉินยกปืนขึ้นก็หลบไปอีกฟากของหลังคาทันที ทำให้หนิงเฉินพลาดเป็นครั้งที่สอง กระสุนพุ่งไปโดนสันหลังคาอีกครา
[6] แต่ยามนี้หนิงเฉินไม่มีเวลาสนใจนาง เพราะหลิวไป๋อีอยู่ห่างจากพื้นไม่ถึงหนึ่งเมตร ดูท่าเขาจะไปช่วยไม่ทันแล้ว
[7] ทว่าในชั่วขณะนั้นเอง ท่านเซียนหลวงก็ปรากฏกาย
[8] มือหนึ่งของเขาหิ้วโอ่งสุรา อีกมือคว้าตัวหลิวไป๋อีซึ่งกำลังจะตกถึงพื้นอย่างง่ายดาย ก่อนวางนางลงบนพื้นอย่างแผ่วเบา
[9] “ท่านเซียนหลวง รีบช่วยจับนางที...”
[10] หนิงเฉินชี้ไปยังคังเป่าเป่าที่กำลังกระโดดหนีอยู่บนหลังคา แล้วตะโกนลั่น
[11] ท่านเซียนหลวงขานรับ กระทืบปลายเท้าลงพื้น หิ้วโอ่งสุรากระโจนขึ้นหลังคา ไล่ตามคังเป่าเป่าไปดั่งสายฟ้า
[12] หนิงเฉินอ้าปากค้าง ช่างรวดเร็วเหลือเกิน
[13] สมกับเป็นยอดฝีมือแห่งวิถียุทธ์จริง ๆ ท่านเซียนหลวงดูราวกับไม่ต้องอาศัยแรงส่ง เหินข้ามอากาศประหนึ่งแสงสายหนึ่ง พริบตาเดียวก็สกัดคังเป่าเป่าไว้ได้
[14] ทว่าคังเป่าเป่ากลับไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางก้มคำนับ “ผู้น้อยคังเป่าเป่า ขอคารวะท่านเซียนหลวง!”
[15] ท่านเซียนหลวงขมวดคิ้วมองนางอย่างสงสัย “เจ้า...นักพรตชราอย่างข้าเคยพบเจ้าที่ใดมาก่อนหรือไม่?”
