ตูม! ตูม! ตูม!!!
รถม้าหลายสิบคันทยอยระเบิด คนที่ประสบเคราะห์หนักที่สุดคือกองทหารม้าหนานเยว่
เพราะพวกเขาคิดจะขนเสบียงกลับไป จึงล้อมรถม้าเอาไว้พอดี
ดังนั้น รถม้าจึงระเบิดขึ้นท่ามกลางฝูงคนแทบจะพอดิบพอดี
พันอวี่เฉิงสั่งให้ซ่อนมัดระเบิดไว้ในรถม้าไม่น้อย อานุภาพของแรงระเบิดน่าสะพรึงกลัวยิ่ง
ไม่ต้องพูดถึงทหารศัตรูที่อยู่ใกล้รถม้า
แม้แต่เจว๋ชื่อกับทหารใต้บังคับบัญชาที่อยู่ห่างออกไปร้อยก้าวก็ยังถูกคลื่นแรงระเบิดซัดจนล้มกลิ้งลงกับพื้น สมองอื้ออึงไปหมด กว่าจะได้สติก็ผ่านไปครู่ใหญ่
การระเบิดครั้งนี้ทำให้กองทัพศัตรูบาดเจ็บล้มตายอย่างหนัก
ไป๋อี้เซียนถูกคลื่นแรงระเบิดซัดกระเด็นไปทั้งคนทั้งม้า ครึ่งร่างเต็มไปด้วยเลือดเนื้อเละเทะ
จางซวี่ก็ถูกคลื่นแรงระเบิดซัดกระเด็นไปเช่นกัน แผ่นหลังเต็มไปด้วยเลือดเนื้อเละเทะ ไอเป็นเลือดคำโต
พื้นดินถูกแรงระเบิดอัดจนเกิดหลุมใหญ่หลายหลุม ดินโคลนกระเด็นกระจาย
กองทัพศัตรูบาดเจ็บล้มตายอย่างหนัก ม้าศึกที่ยังรอดชีวิตต่างตกใจจนคลุ้มคลั่ง สะบัดทหารม้าตกจากหลังม้าแล้ววิ่งเตลิดไปข้างหน้า ทหารที่ถูกสะบัดล้มลงกับพื้นไม่น้อยถูกม้าศึกที่ตกใจเหยียบจนตายคาที่
เจว๋ชื่อยันกายลุกขึ้นนั่ง ตบศีรษะที่มึนงงอย่างแรงพลางนวดหลังช่วงเอว
เมื่อครู่นี้เขาก็ถูกแรงระเบิดสะเทือนจนตกจากหลังม้า ล้มกลิ้งจนมึนงงไปหมด
โชคดีที่ม้าศึกที่พวกเขาขี่ล้วนเป็นม้าที่พันอวี่เฉิงคัดเลือกมาอย่างพิถีพิถัน ผ่านสมรภูมิมาแล้ว จึงไม่ตื่นตกใจง่าย
ถึงกระนั้น เสียงระเบิดก็สั่นสะเทือนน่าสะพรึงกลัวเกินไป ม้าศึกไม่น้อยยังคงตกใจจนแตกตื่น
แต่ยามนี้เจว๋ชื่อไม่มีเวลาสนใจสิ่งเหล่านั้น เขาพลิกตัวขึ้นหลังม้าแล้วตะโกนก้อง “เหล่าทหารทั้งหลาย รุกไปข้างหน้าอีกยี่สิบก้าว ยิงธนู!”
