ความสามารถของปาโช่วไม่เลวจริง ๆ
เขาสั่งให้กองธนูปิดกั้นถนนทุกสายที่มุ่งหน้าไปยังพระราชวัง ทหารราบและทหารม้าตั้งแนวเตรียมพร้อมอย่างเข้มงวด
ทหารต้าเสวียนเผชิญหน้ากับทหารหนานเยว่กลางเมือง
ทหารต้าเสวียนส่งเสียงโห่ร้องพลางพุ่งไปข้างหน้า ทำเอาปาโช่วตกใจไม่น้อย
ทหารต้าเสวียนดุดันถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
เมื่อเผชิญกับห่าธนูที่โปรยปรายลงมาจากฟ้า พวกเขากลับแบกโล่พุ่งไปข้างหน้า
“กลับมา! พวกเจ้ากลับมาให้หมด...”
นายทหารต้าเสวียนตะโกนจนเสียงแหบพร่า
ในสนามรบ โดยทั่วไปต้องตะโกนว่า... “บุกเข้าไป! ผู้ใดขลาดกลัวไม่ยอมรุกหน้า ตัดหัวเสีย!”
นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นนายทหารตะเบ็งเสียงตะโกนเรียกให้ทหารกลับมา
บรรดานายทหารต้าเสวียนต่างจนปัญญา
พวกเขาเองก็เพิ่งเคยเห็นทหารใต้บังคับบัญชาห้าวหาญถึงเพียงนี้ ไม่กลัวตาย แบกโล่ฝ่าห่าธนูพุ่งไปข้างหน้า
ต่อให้คิดสร้างชื่อไว้ในพงศาวดาร เปิดผังตระกูลของตนเอง ก็ไม่ถึงกับต้องไม่รักชีวิตเช่นนี้กระมัง?
หนานเยว่มีธนู พวกเราก็มีเช่นกัน ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้ร่างกายรับลูกธนูของอีกฝ่ายเลยนี่?
อีกอย่าง พวกเขายังมีอาวุธไฟด้วย
ฉินเฉียวตะโกนเสียงดัง “รับคำสั่งจากข้า กองธนูเตรียมพร้อม... ยิง!”
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!!!
ห่าธนูพรั่งพรูลงมาจากฟ้า พร้อมเสียงแหวกอากาศ
ทั้งสองฝ่ายผลัดกันยิงไปคนละระลอก ต่างมีผู้บาดเจ็บล้มตาย
แต่จำนวนผู้บาดเจ็บล้มตายไม่มากนัก
ถนนในพระนครหนานเยว่ดูเหมือนกว้างขวาง ทว่าสำหรับกองทัพนับหมื่นกลับคับแคบยิ่ง
เพราะภูมิประเทศจำกัด จึงไม่อาจระดมกำลังบุกสังหารเป็นวงกว้างได้
ทั้งสองฝ่ายจึงตกอยู่ในสงครามยืดเยื้อ
หนิงเฉินยืนอยู่บนหอประตูเมือง สวมฉลองพระองค์งูหลามสีดำปักลายเงิน มือเท้าดาบ ดูองอาจสง่างาม
