หนิงเฉินถามว่า “หยวนหลง ทัพหมาป่าเทพหนึ่งแสนห้าหมื่นนาย ผู้ใดนำทัพอยู่”
หยวนหลงตอบว่า “สือซาน”
หนิงเฉินพยักหน้าเบา ๆ แล้วสั่งการว่า “เจ้าจัดคนไปแจ้งสือซาน ให้เขานำทัพหมาป่าเทพไปตั้งค่ายห่างออกไปห้าลี้ รอคำสั่งของข้า”
“กระหม่อมรับอาญาสิทธิ์”
หยวนหลงรับคำสั่งแล้วรีบรุดออกไป
......
คืนถัดมา ยามลิ หยวนหลงนำพลเข้าตีหลอกตรงเวลาเป๊ะ
ทหารในด่านต่างชาคลึงไปหมดแล้ว ทุกวันละครแบบนี้ก็เปิดฉากขึ้น ไม่มีใครรู้ว่าหนิงเฉินกำลังเล่นกลอุบายอะไรกันแน่
หยวนหลงนำพลเดินวนรอบหนึ่ง แล้วนำกำลังกลับค่ายใหญ่
แต่คราวนี้กลับมาแล้วมิได้พักผ่อนทันที หากคือทัพทั้งกองจัดเกราะพร้อมรบรอคคำสั่ง
ภายในเต็นท์หลัก หนิงเฉินเองก็มิได้พัก กำลังวางแผนยุทธการอยู่
อีกไม่ถึงหนึ่งยามจะรุ่งสาง หนิงเฉินจึงส่งคนไปแจ้งสือซาน ให้นำทัพหมาป่าเทพมาสมทบกับเขา
เมื่อฟ้าเริ่มสาง กลองรบกึกก้อง ทัพทั้งกองเคลื่อนพล
ทหารในด่านแลดูท่าทางเฉยเมย
เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นทุกวัน พวกเขาชินชาไปแล้ว
ปืนใหญ่ 30 กระบอกถูกเงียบ ๆ เข็นมาถึงหน้าเมือง
กองทัพมหึมาที่ทยายมานั้นทำให้ทหารบนปราการขนลุกซู่ หน้าซีดเผือด
ปังปังปัง!!!
ปืนใหญ่ 30 กระบอกยิงพร้อมกัน
ชั่วขณะนั้น เสียงคำรามสยดสยองกึกก้องจนแสกหน้า แสงเพลิงพร้อมควันดำฟุ้งกระจายทั่ว
ประตูเมืองถูกระเบิดแหลกลาญเป็นผุยผงในทันที
ที่ระดมยิงประตูเมืองมีเพียงสองกระบอกเท่านั้น
กระสุนปืนใหญ่จากกระบอกอื่นล้วนเสียบเข้ากลางกำแพงเมือง ระเบิดกระจุย กำแพงถูกเจาะเป็นแอ่งใหญ่ริเริ่ม กำแพงราวมังกรตัวมหึมาสั่นสะเทือนรุนแรง
