กองทัพพิทักษ์เมืองหนานเยว่กล้าหาญและเชี่ยวชาญการศึกก็จริง แต่ไม่ว่าจะเป็นกำลังรบหรือจำนวนคน ล้วนเสียเปรียบทั้งสิ้น
กองทหารม้าและทหารกองหลวงถูกเรียกตัวออกไปกะทันหัน
ทหารพิทักษ์เมืองหนานเยว่ที่เหลืออยู่ถูกทหารต้าเสวียนบุกตะลุยเข้าใส่ จนบาดเจ็บล้มตายอย่างหนัก พ่ายแพ้จนไม่เป็นขบวน
การที่หนิงเฉินปรากฏตัวขึ้นกลางสนามรบอย่างกะทันหัน ยิ่งปลุกขวัญกำลังใจของทหารต้าเสวียนให้ฮึกเหิมขึ้นอย่างมาก
เมื่อเวลาผ่านไป ทหารพิทักษ์เมืองหนานเยว่ก็เริ่มทิ้งหมวกเกราะและชุดเกราะ หนีเตลิดอย่างน่าอนาถ
ต้าเสวียนชนะแล้ว!
เสียงโห่ร้องกึกก้องอย่างบ้าคลั่ง แสดงให้เห็นถึงความตื่นเต้นดีใจของเหล่าทหาร
เรื่องสร้างเกียรติให้วงศ์ตระกูลและเปิดผังตระกูลแยกสายของตนเองนั้น บัดนี้แน่นอนแล้ว
หนิงเฉินกล่าวเสียงขรึมว่า “ถ่ายทอดคำสั่งของเปิ่นหวัง ให้หยวนหลงนำทัพหนิงอานติดตามเปิ่นหวังไปยังพระราชวังโดยตรง
ให้ฉินเฉียวนำทหารภาคใต้ไล่สังหารทหารหนานเยว่ที่หลบหนีไป พร้อมกันนั้นปิดล้อมประตูเมืองทั้งสี่”
“ขอรับ!”
ผู้สื่อสารรับคำสั่ง ควบม้าทะยานออกไป ถ่ายทอดคำสั่งของหนิงเฉิน
หยวนหลงได้รับคำสั่งก็รีบรวบรวมกำลัง ระดมทัพหนิงอานทันที
เมื่อหนิงเฉินมาถึง ทัพหนิงอานก็รวมพลเสร็จสิ้น พร้อมเคลื่อนทัพแล้ว
หนิงเฉินทะยานขึ้นยืนบนหลังม้า ชักกระบี่ชี้ไปทางพระราชวังหนานเยว่ แล้วกล่าวเสียงกังวานว่า “ทัพหนิงอานฟังคำสั่ง จงติดตามเปิ่นหวังบุกย่ำพระราชวังหนานเยว่!”
“ขอรับ!”
เสียงขานรับดังกึกก้องดุจคลื่นทะเล เปี่ยมด้วยพลังฮึกเหิม
“ออกเดินทาง!”
เมื่อหนิงเฉินออกคำสั่ง ทัพหนิงอานก็พุ่งตรงไปยังพระราชวังหนานเยว่
ม้ารบส่งเสียงกึกก้อง
กองทัพนับหมื่นนับพันมาถึงหน้าประตูพระราชวังหนานเยว่
