สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปยังเซียวเยี้ยนซี ข้อมูลข่าวสารของสำนักไท่ฉูช่างยอดเยี่ยมสมคำร่ำลือ
หนิงเฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า “หญิงผู้นี้มีจุดอ่อนอะไร?”
เซียวเยี้ยนซียิ้มน้อย ๆ แล้วกล่าวเสียงเบาว่า “หลงใหลในอำนาจและทรัพย์สิน”
แววตาหนิงเฉินไหววูบ เขาถามว่า “ถึงอย่างไรนางก็เป็นเพียงสตรี เรื่องใหญ่เกี่ยวกับการทหารและการปกครอง นางจะสอดมือเข้าไปยุ่งได้หรือ?”
เซียวเยี้ยนซีกล่าวว่า “เจ้าอาจไม่รู้ ยุนเหนียงผู้นี้ตอนนี้ได้รับความโปรดปรานจากจางเทียนหลุนอย่างยิ่ง... การกักตัวคังเสี้ยวกับทหารหนานเยว่สี่หมื่นนาย ก็เป็นนางที่เสนอแนะต่อจางเทียนหลุน
หญิงผู้นี้ฉลาดมาก ทั้งยังมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว หากกองทัพของเราประชิดชายแดน นางย่อมรู้ว่าจางเทียนหลุนไม่ใช่คู่มือของเจ้า และย่อมรู้ว่าควรเลือกทางใด”
หนิงเฉินตรึกตรองครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวว่า “ให้คนของเจ้าหาทางติดต่อยุนเหนียงผู้นี้ ถามนางว่ายินดีร่วมมือหรือไม่... เมื่อเรื่องสำเร็จ เปิ่นหวังยินดีมอบทองคำห้าหมื่นตำลึง เงินขาวหนึ่งแสนตำลึงเป็นรางวัล นอกจากนี้ หากนางต้องการเป็นขุนนาง เปิ่นหวังก็สามารถเสนอชื่อนางเข้ารับราชการในราชสำนักได้
จงบอกนางว่า นางจะเป็นขุนนางหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของต้าเสวียน”
เซียวเยี้ยนซีพยักหน้าเบา ๆ “ดี... แล้วต้องให้นางช่วยทำสิ่งใดให้พวกเราหรือ?”
หนิงเฉินโบกมือแล้วกล่าวว่า “ตอนนี้ยังไม่ต้องให้นางทำอะไรทั้งนั้น ดูก่อนว่านางยินดีร่วมมือหรือไม่”
“ได้ ข้าจะส่งคนไปติดต่อนาง”
หนิงเฉินกล่าวว่า “เอาละ ทุกคนกลับไปพักผ่อนเถิด... อีกสองชั่วยาม กองทัพจะออกเดินทาง”
