จางเทียนหลุนสีหน้าหม่นคล้ำ จ้องยุนเหนียงเขม็ง
ยุนเหนียงลนลาน เหงื่อผุดซึมเต็มแผ่นหลัง ในใจสาปแช่งบรรพบุรุษของหนิงเฉินไปถึงสิบแปดชั่วโคตร
คบชู้กับชายอื่น วางแผนฆ่าสามี โทษเช่นนี้มีแต่ต้องถูกแช่กระบะหมู
“ยุนเหนียง ที่หนิงเฉินพูดเป็นความจริงหรือ?”
จางเทียนหลุนตวาดถามเสียงเข้ม
ช่วงนี้มีข่าวลือเหลวไหลมากมายลอยเข้าหูเขา ว่ายุนเหนียงกับคังเสี้ยวมีสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน
ยิ่งไปกว่านั้น จู่ ๆ เขาก็นึกถึงคำพูดที่คังเสี้ยวกล่าวในวันนั้นตอนยกสุราคารวะ คังเสี้ยวมองยุนเหนียง แล้วพูดกับเขาว่า “กระหม่อมดื่มหมดจอกแล้ว ฝ่าบาทเชิญตามสบาย!”
ไม่ว่าเขาจะคิดอย่างไร ก็รู้สึกว่าประโยคนี้ไม่ได้พูดถึงสุรา แต่พูดถึงคน
หากเรื่องที่หนิงเฉินพูดเป็นความจริงทั้งหมด ต่อให้ฝีมือบนเตียงของยุนเหนียงดีเพียงใดก็เก็บนางไว้ไม่ได้อีก เขากลัวว่าตนจะกลายเป็นจงซือปั่ยคนที่สอง
เขาลุ่มหลงในเรือนร่างและลีลาของยุนเหนียง แต่เขารักชีวิตตัวเองยิ่งกว่า
ยุนเหนียงรีบอธิบายอย่างลนลาน “ฝ่าบาท หนิงเฉินกำลังยุแยงให้เราแตกแยก มันพูดเหลวไหลทั้งนั้น ฝ่าบาทอย่าทรงหลงกลมันเป็นอันขาด
หากหม่อมฉันเสื่อมทรามถึงเพียงที่มันกล่าวหา แล้วตอนคนของหนิงเฉินมาติดต่อหม่อมฉัน เหตุใดหม่อมฉันจึงรีบมาแจ้งฝ่าบาทด้วยตนเองเล่า?
อีกอย่าง หากเด็กคนนั้นเป็นลูกของคังเสี้ยวจริง แล้วคังเสี้ยวจะฆ่าลูกแท้ ๆ ของตัวเองได้อย่างไร?”
จางเทียนหลุนครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าเบา ๆ รู้สึกว่ายุนเหนียงพูดมีเหตุผล
เขามองหนิงเฉินที่อยู่เบื้องล่างกำแพงเมือง แล้วตะโกนว่า “หนิงเฉิน อย่ามาพูดจาเหลวไหลที่นี่ หากเด็กคนนั้นเป็นลูกของคังเสี้ยว เขาจะฆ่าลูกแท้ ๆ ของตัวเองได้อย่างไร?”
