หนิงเฉินยกมือขึ้น กล่าวว่า “ทุกคนลุกขึ้นเถอะ! เจ้า ไปจับไก่ในสำนักมาหนึ่งตัว”
“พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง!”
เหล่าทหารพากันลุกขึ้น ทหารที่หนิงเฉินเรียกชื่อขานรับ แล้ววิ่งเข้าไปในสำนักเพื่อจับไก่
ที่เมืองซีกวนแห่งนี้ ที่อื่นไม่มีไก่ แต่ในสำนักเจ้าเมืองมี เพราะล้วนยึดมาจากหลินเสวียนเฉิง
หนิงเฉินเดินเข้ามา ส่งสัญญาณให้หยวนหลงช่วยประคองเถ้าเก๋อที่ตกใจจนยืนตะลึงให้ลุกขึ้น
เถ้าเก๋อสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว “สามัญชนมีความผิด สามัญชนไม่รู้ว่าเป็นท่านอ๋อง ขอท่านอ๋องโปรดอภัยโทษ!”
หนิงเฉินลูบหน้า แล้วหันไปมองเหลยอาน “เปิ่นหวังหน้าตาน่ากลัวขนาดนั้นหรือ?”
เหลยอานส่ายหน้า
หนิงเฉินพึมพำว่า “ถ้าหน้าตาไม่ได้น่ากลัว เช่นนั้นก็คงเป็นชาติกำเนิดที่น่ากลัวสินะ”
จากนั้นก็หันไปมองเถ้าเก๋อ “อย่ากลัวเลย ผู้ไม่รู้ย่อมไม่มีความผิด อีกอย่าง วาจาของเจ้าก็คอยปกป้องเปิ่นหวังอยู่ตลอด จะมีความผิดอันใด?”
ขณะกำลังพูด ทหารก็จับไก่มาให้แล้ว
หนิงเฉินส่งสัญญาณให้เขามอบไก่แก่เถ้าเก๋อ แล้วกล่าวต่อว่า “เอาไก่ตัวนี้กลับไป ตุ๋นให้พวกเขากิน...แต่ห้ามเปิดเผยตัวตนของเปิ่นหวังเด็ดขาด”
เถ้าเก๋อแม้จะสงสัย แต่ก็ไม่กล้าถามมาก รีบตอบว่า “สามัญชนรับคำสั่ง!”
“ไปเถอะ!”
เถ้าเก๋อคำนับแล้วหิ้วไก่วิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว
มีเพียงพันอวี่เฉิงกับเหลยอานที่รู้ว่า ไก่ตัวนี้คงเป็นอาหารมื้อสุดท้ายของคนหลายคน...ก่อนตายก็สมควรได้กินของดีสักมื้อ
หนิงเฉินกล่าวว่า “เหลยอาน เจ้าไปบอกหยวนหลงว่า คืนนี้เปิ่นหวังจะจัดงานเลี้ยงที่สำนักเจ้าเมือง เพื่อต้อนรับขุนนางที่ราชสำนักส่งมา
