นับแต่นั้นมา ด้วยฝีมือการแพทย์ของจื่อซู ประกอบกับการดูแลอย่างพิถีพิถันของอวี่ตี๋ หนิงเฉินจึงฟื้นฟูร่างกายได้อย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ยังเป็นเพราะร่างกายของเขามีฐานรากดีอยู่ในตัว
หากเป็นคนธรรมดาทั่วไป คงไม่ทันรอจนจื่อซูมาถึง ก็ต้องไปดื่มชากับพญายมไปแล้ว
เพียงไม่กี่วัน หนิงเฉินก็ลุกจากเตียงเดินได้แล้ว
แต่การที่ถูกตั้งระเบิดเผาอยู่บนกองไฟทุกวัน ทำให้หนิงเฉินทรมานจนบรรยายไม่ถูก ทุกครั้งที่ถูกเผาจนสิ้นฤทธิ์ หนิงเฉินรู้สึกเหมือนหนิงเอ้อร์ของเขาหดตัวเล็กลง... เขาเป็นห่วงว่าถ้าเล็กลงเรื่อย ๆ แล้วจะเอาชนะเฟิ่งฉีเจิ้งได้อย่างไรกัน
ขณะนี้ หนิงเฉินกำลังนอนอิ่มแอบอยู่บนเก้าอี้พนาในลานบ้าน อาบแดดอ่อน ๆ
หลายวันมาเป็นเช่นนี้ตลอด
เพราะในห้องอึดอัดนัก จื่อซูจึงบอกว่าการอาบแดดก็เป็นผลดีต่อร่างกาย
แสงแดดยามฤดูใบไม้ร่วงยังแรงอยู่บ้าง ทำให้แก้มของหนิงเฉินแดงระเรื่อ
อวี่ตี๋เทชาหนึ่งถ้วย ส่งถึงปากของหนิงเฉิน
หนิงเฉินดื่มไปสองสามอึก จื่อซูก็ส่งลูกเชื่อมน้ำผึ้งมาให้อีกหนึ่งเม็ด
หนิงเฉินหลับตาลงอย่างสบายใจ
นี่แหละคือชีวิต... มีชีวิตอยู่ช่างเป็นสุขยิ่งนัก!
เสียงฝีเท้าดังขึ้น
หนิงเฉินได้ยินเสียงก็หันไปมอง เป็นหยวนหลงและพวก
บัดนี้เมืองยางโจวมั่นคงเป็นปกติแล้ว เหล่าพวกนี้จึงแวะมาเยี่ยมเขาวันละหลายครั้ง
“การเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงเป็นอย่างไรบ้างแล้ว”
หนิงเฉินถามขึ้น
ธัญญาหาร คือรากฐานแห่งแผ่นดิน
ในอดีตเมื่อทำสงคราม ต่อให้สู้เพียงอย่างเดียวก็ได้ เพราะด้านหลังมีฮ่องเต้เสวียนหนุนหลัง เขาไม่จำเป็นต้องแคร์เรื่องเสบียงธัญญาหรรออะไรเลย
แต่บัดนี้ ทุกครั้งก่อนยกทัพ สิ่งที่เขาคำนึงมากที่สุดก็คือเสบียงธัญญา
หยวนหลงกล่าวว่า “ขออ๋องวางพระทัยเถิด ปีนี้ผลผลิตไร่นางามเลิศยิ่งนัก... ฝ่าบาทมีพระราชโองการลดภาษีทั่วแผ่นดินลงสามส่วนในสิบส่วน ปัจจุบันเมืองยางโจวมีเสบียงธัญญาเหลือเฟือ ราษฎรก็มีความสุขสบายกายสบายใจ”
