คังเป่าเป่าขมวดคิ้ว กล่าวเสียงหนักแน่นว่า “ตันไทชิงเยว่รับมือยากก็จริง แต่ถึงอย่างไรก็มีเพียงคนเดียว...คนที่น่ากังวลคืออ๋องอู้
อ๋องอู้กลับจากเมืองซีกวนมายังเปี้ยนโจวกะทันหัน ข้ากังวลว่าเขามาเพื่อพวกเรา
อ๋องอู้กุมกำลังทหารใหญ่ไว้ในมือ ยั่วยุได้ไม่ง่าย...หากคนของเขาจับตาเราไว้ แล้วส่งกองทัพมาล้อมปราบ ต่อให้ข้าเก่งกาจเพียงใด ก็ไม่มีทางต้านทานกองทัพนับหมื่นได้”
เย่ซิงเจวี่ยยิ้มกล่าวว่า “เรื่องกำลัง ข้าช่วยอะไรไม่ได้ แต่ข้าช่วยถ่วงอ๋องอู้ไว้ได้ รับรองว่าเขาจะไม่มาขัดขวางงานของเจ้า
เจ้าเพียงระวังตันไทชิงเยว่ไว้ แล้วชิงสมบัติต้องสวรรค์มาให้ได้ จากนั้นเราก็รีบออกจากเปี้ยนโจวให้เร็วที่สุดก็พอ”
คังเป่าเป่าขมวดคิ้วถามว่า “เจ้ามีวิธีใดถ่วงอ๋องอู้ไว้?”
เย่ซิงเจวี่ยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “เจ้าไม่ต้องยุ่งเรื่องนี้ คนฉลาดย่อมมีแผนในใจ เมื่อแผนนี้สำเร็จ บางทีอาจมีผลพลอยได้อีกด้วย...ต้องทำให้อ๋องอู้กับราชสำนักต้าเสวียนแตกคอกันให้ได้”
คังเป่าเป่าส่งเสียงหึเย็นชา ไม่สนใจเย่ซิงเจวี่ยอีก หันหลังทะยานข้ามกำแพงเรือน หายลับไปในพริบตา
.......
เปี้ยนโจว สำนักเจ้าเมือง
เรือนด้านตะวันออก ซึ่งเป็นเรือนพักของเจ้าบ้าน อัครชายาของอ๋องอู้อุ้มทารกอยู่ สีหน้าดูเหม่อลอย
ในเวลานั้นเอง ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งก้าวเข้ามา
ผู้มาเยือนคืออ๋องอู้
อ๋องอู้มีหน้าที่รักษาชายแดนตะวันตก ก่อนหน้านี้ยังอยู่ที่เมืองซีกวน เพิ่งกลับมาเมื่อสองวันก่อน...เพราะได้ยินว่าคังเป่าเป่าปรากฏตัวที่เปี้ยนโจว
สาวใช้และบ่าวในเรือนต่างพากันคารวะ
อ๋องอู้โบกมือ ก่อนก้าวยาว ๆ มาหยุดตรงหน้าอัครชายาของอ๋องอู้ เมื่อมองทารก ใบหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
