หนิงเฉินยังคงมีความผูกพันกับต้าเสวียนอยู่ไม่น้อย
พูดให้ถูกแล้ว ความผูกพันลึกซึ้งนั้นมีต่อฮ่องเต้เสวียนต่างหาก
ฮ่องเต้เสวียนทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอย่างเพียรพยาบาล ทำให้ต้าเสวียนรุ่งเรืองสงบสุข
แม้บัดนี้ต้าเสวียนจะพินาศยับเยินเต็มตา แต่เขาไม่ประสงค์ให้ต้าเสวียนต้องกลายเป็นซากปรักหักพังจนสิ้นสุด
หากสามารถยึดแคว้นเหลียงมาได้ด้วยราคาที่ถูกที่สุด ย่อมเป็นการดีที่สุด
บัดนี้เหลือเพียงดูฝีมือของหยวนหลงกับอ๋องแห่งบู๊เท่านั้น!
......
ซ่งเกาจัวกับทหารแห่งเมืองลิงโจว ต้องผ่านวันเวลาสองวันอย่างหวาดหวั่นระส่ำระสาย
สองวันนี้ ชีวิตของพวกเขาทรมานยิ่งนัก!
หนิงเฉินยังคงนิ่งไม่มีทีท่าใด พวกเขาไม่รู้ว่าเมื่อใดเขาจะยกทัพเข้าตีเมือง จึงมีแต่เฝ้าระวังไม่ลดละ
ตลอดสองวัน ซ่งเกาจัวได้หลับเพียงสองสามยามเท่านั้น และยังหลับไม่เป็นสุข...หลายครั้งต้องสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย ในความฝันนั้นหนิงเฉินตีประตูเมืองแตก บุกสังหารเข้ามาในเมืองแคว้นเหลียง
วันที่สาม หนิงเฉินก็ยังเงียบสงบไร้ซึ่งความเคลื่อนไหว
ยามราตรีลึกลงแล้ว แต่ซ่งเกาจัวไม่กล้าลืมตาหลับ
ขณะนั้นเอง บริเวณนอกบังกะโรกลับมีเสียงฝีเท้ารีบร้อนดังขึ้น
“ท่านทหารใหญ่ซ่ง กองหนุนมาแล้ว!”
เมื่อได้ยินเสียงของทหารสอดแนมจากภายนอก ศีรษะของซ่งเกาจัวที่มึนงงเพราะนอนไม่พอเป็นเวลานานก็ตื่นสะอาดขึ้นทันที
ใบหนาเต็มไปด้วยความปลื้มปิติ เขาลุกขึ้นยืนพลัน ก้าวยาวออกไปยังนอกบังกะโร
เขามองทหารสอดแนมที่รีบมารายงาน ไม่อาจซ่อนความตื่นเต้นไว้ได้ “เจ้าว่ากระไรนัก?”
ทหารสอดแนมกล่าวว่า “กราบท่านทหารใหญ่ คณะทูตกลับจากหยางโจวแล้ว...ท่านอู๋นำกองหนุนห้าหมื่นนายกลับมาด้วย!”
