รุ่งขึ้น ยามเช้า
หนิงเฉินสั่งให้กองกำลังหนึ่งนายดูแลคุ้มกันองค์รัชทายาทซีเหลียงเดินทางกลับเมืองหลวงแห่งต้าเสวียน
ที่ต้องนำกลับไปด้วยยังมีแผ่นหนังยอมจำนนของซีเหลียง เอกสารเงื่อนไขทั้งหลาย และจดหมายอีกหลายฉบับที่หนิงเฉินบากบั่นคิดหาความหมายจนถึงคนหลังค่ำคืนวานนี้
ตันไทชิงเยว่เอ่ยขึ้นเบา ๆ ว่า “กระหม่อมขออนุญาตไปส่งเขาได้หรือไม่พระเจ้าคะ คราวนี้จะไปถึงเมืองหลวงต้าเสวียน หึ่งใหญ่อาจไม่มีวันได้กลับคืนถิ่นเดิมอีกแล้ว”
หนิงเฉินพยักหน้า “ไปเถอะ”
“ขอบพระคุณ”
ตันไทชิงเยว่เดินออกไปส่งองค์รัชทายาทซีเหลียง
ชะตากรรมของทั้งสองคนยิ่งกับเหมือนกันเหลือเกิน คนหนึ่งต้องถูกจองจำตลอดชีวิตในราชธานีต้าเสวียน อีกคนถูกจองจำตลอดชีวิตอยู่เคียงข้างหนิงเฉิน
เมื่อใกล้รุ่งเที่ยง กองทัพใหญ่ก็เคลื่อนพล
เหล่าทหารซีเหลียงบนกำแพงเมืองติ้งเทียนเฉิงน้ำตาจะไหลเพราะดีใจเหลือเกิน
กองทัพต้าเสวียนที่ตราษตรองอยู่ใกล้ ๆ นั้นทำให้พวกเขาพักไม่หลับกินไม่ลงมาตลอด
เจ็ดวันผ่านไป หนิงเฉินเดินทางกลับถึงเมืองเซิ่งกวาง
พำนักที่เมืองเซิ่งกวางได้หลายวัน จัดการทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อย ฝากทหารเอาไว้ 50,000 นาย แล้วนำกองทัพที่เหลือเดินทัพตรงไปยังด่านเป่ยหลิน
เสบียงอาหารอุดมสมบูรณ์ การเดินทัพจึงเร็วรอด
แผนเดิมของหนิงเฉินคือเดินทัพถึงด่านเป่ยหลินภายในหนึ่งเดือน
แต่หาคาดไม่ถึงว่าตลอดเส้นทางจะเจออุปสรรคมากมาย บางแห่งป่าดงพงไพรอุดตัน ภูมิประเทศขรุขระ จนเสียเวลาเป็นอันมาก
กองทัพเพิ่งข้ามสันเขาลูกหนึ่งมาได้ ก็ใช้เวลาไปทั้งวัน
หนิงเฉินสั่งให้กองทัพหยุดพัก
เขามองแผนที่แล้วยิ้มเศร้า เขาคงเดินทางผิดเส้นทาง
แผนที่ของโลกใบนี้หยาบคายเหลือเกิน เห็นได้เพียงทิศทางคร่าว ๆ เท่านั้น
สันเขาที่พวกเขาเพิ่งเหนื่อยยากข้ามมาเมื่อครู่ บนแผนที่ไม่มีที่ปรากฏเลย
